starter kit: เริ่มเป็น ‘นักออกแบบ’ กันเถอะ

คิดว่านักออกแบบรถที่ดีต้องมีอะไรบ้างครับ

ความสามารถทางการสเกตช์ลงสีที่น่าตื่นเต้น หวือหวา

122201735189544image

ความสามารถด้านงานสามมิติที่เฉียบขาด ขึ้นรูปพื้นผิวได้ซับซ้อน เรนเดอร์ได้สมจริง

chanel-fiole-21

ความสามารถด้านโมเดล ทำโมเดลได้สวย เหมือนต้นแบบ สื่อสารความคิดได้ถูกต้อง

132555_66_preview

วิสัยทัศน์อันกว้างไกล รับรู้ทั้งข่าวสารและความรู้ต่างๆจนมองเห็นอนาคตของทั้งโลกยานยนต์ได้

bmw-bangle-08

หรือต้องรู้เรื่องรถจนบรรดาเซียนรถยังอาย รู้ตั้งแต่เครื่องยนต์ถึงระบบช่วงล่าง แถมมองบอดี้ส่วนเดียวก็บอกได้ทั้งคันยังกะแฟนพันธุ์แท้

caddy

ถ้าอยากเป็นสุดยอดจริงๆก็ควรจะต้องมีมันทั้งหมดนั่นแหละครับ แต่วันนี้เราไม่ได้ว่ากันที่ระดับนั้นครับ ผมกำลังพูดถึงการเริ่มต้น คนที่สนใจในงานด้านออกแบบรถ ทั้งที่สนใจมานาน แต่ไม่มีโอกาสได้เรียน รวมถึงที่พึ่งเริ่มสนใจ และกำลังหาทางเรียนรู้ ผมพอจะมีข้อแนะนำในการเริ่มไต่ระดับง่ายๆให้ดังนี้ครับ

ระดับ 1 –  สัมผัสความงาม หรือ sense of good design

ระดับนี้เป็นระดับเดียวกับคนทั่วไปครับ นักข่าวสายยานยนต์เก่งๆก็คงจะบอกได้ว่ารถคันไหนสวย-ไม่สวย คือสามารถรู้ได้ว่ารถคันนี้ design แย่มาก แต่จะให้ออกแบบเองก็ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็ออกมาไม่ดีเหมือนกัน ความรู้แบบนักวิจารณ์อย่างนี้อาจดูแย่ แต่ก็ควรต้องมีให้ได้ก่อนครับ ต้องรู้ก่อนว่าอะไรสวย-ไม่สวยในสายตาของเรา สวย-ไม่สวยเป็นเรื่องจิตใจและเป็นเรื่องนานาจิตตังครับ นักออกแบบที่ดีคือนักออกแบบที่มีรสนิยมตรงกับคนทั่วไปมากที่สุด เพราะสามารถทำงานให้ถูกใจคนได้มากที่สุด แต่นักออกแบบต้องทำอะไรมากกว่าแค่รู้ว่าอะไรสวยไม่สวยครับ

mazda-design-dna-cues-lg

design ไม่ใช่ sense ไม่ใช่พรสวรรค์หรืออะไรครับ เป็น skill อย่างหนึ่งที่ฝึกได้ เหมือนกัน สำหรับเด็กหัวอ่อนๆจะฝึกง่ายหน่อยครับ เบื้องต้นให้พยายามพาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมของงานออกแบบรถให้ได้ สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราได้ sense หรือพรสวรรค์ทาง design มาครับ เวลามองรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมา มองให้ถึงเส้นสายของพื้นผิวนะครับ พยายามเก็บรายละเอียด พยายามมองแล้วให้เหตุผลว่า ทำไมรถคันนี้ถึงได้สวยหรือไม่สวยในความคิดของเรากันนะ เพราะไฟหน้าทำมุมมากไปเหรอ หรือเพราะกระจกขาดตอน มองให้มากเข้าไว้ครับ ทั้งรถบนถนน ทั้งรถในหนังสือ รถในเวบไซต์ คนที่ดูรถ ทั้งจากสื่อต่างๆและรถที่เห็นกันทั่วไปมากๆก็จะมี sense of good design อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ นักออกแบบดูรถจริง และดูงานออกแบบรถด้วย เวบไซต์อย่าง cardesignnews หรือ carbodydesign ก็เป็นแหล่งที่ดีในการดูครับ ถ้าทุ่มเทหน่อย ปรินท์รูปมาแปะเป็น wallpaper ในห้องเลยครับ รูปงาน design นะครับไม่เอารูปรถธรรมดา

ระดับ 2 – แนวคิดในการออกแบบ หรือ design concept (basic)

ความสามารถทางการออกแบบถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ ‘นักออกแบบ’ แล้วครับ เวลาจะวัดความสามารถกัน ดูที่ design สุดท้ายที่ออกมาได้เลย ถ้า skill ด้านต่างๆเท่ากัน งานออกแบบสุดท้ายที่ดึงดูดกว่าก็จะถูกเลือกแน่นอนครับ

toyota-corolla_2007_800x600_wallpaper_07

ถ้าเรามีความสามารถที่จะเห็นได้แล้วว่างานออกแบบที่ดีเป็นยังไง ขั้นตอนมาคือ ‘จินตนาการ’ ที่จะคิดว่ารถคันใหม่ที่เราจะออกแบบนั้น ต้องมี design ยังไง เรื่องนี้มีปัจจัยมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องครับในโลกของการออกแบบ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆก็ต้องมีเรื่องการตลาดเข้ามาเกี่ยว ซึ่งถ้าให้ดีเราก็ควรวิเคราะห์การตลาดได้ด้วย ถ้าเป็นบริษัทเจ้านายคนเดียว รสนิยมของเจ้านายก็จะมีผลกระทบกับงานออกแบบอย่างมหาศาล เรื่องหนักหัวทั้งหมดนี้เอาไว้เราค่อยไปเจอมันทีหลังครับ สำหรับการเริ่มงานออกแบบของเรา ขอให้คิดเล่นๆ ว่ากำลังจะออกแบบ ‘รุ่นต่อไป’ ของรถต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ได้ครับ ง่ายๆเลยก็อย่างเช่น ‘เกลียดหน้าตา Corolla ใหม่มากกก ออกแบบใหม่ด่วนนน…‘ อะไรอย่างนี้ก็ได้ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราไม่สะเปะสะปะในการเริ่มต้นครับ

ระดับ 3 – การถ่ายทอดงานออกแบบ หรือ presentation

อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ ขั้นตอนที่ 2 นั้นจะว่าไปมันก็แค่ความคิดสั้นๆที่ขั้นระหว่างขั้นตอนการออกแบบเท่านั้นเอง ของจริงอยู่ตรงนี้ครับ เพราะรถที่เราคิดมันก็สวยอยู่แค่ในหัว การนำเสนอความคิดคือการสื่อให้คนอื่นรู้และเข้าใจในงานออกแบบของเรา ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดเป็น skill ที่ ‘ต้องฝึก’ เท่านั้นครับ ไม่มีทางลัด งานออกแบบรถอธิบายด้วยปากไม่ได้ครับ การนำเสนองานนี้เองที่แบ่งนักออกแบบออกจากนักวิจารณ์แบบอย่างชัดเจน แต่การจะนำเสนองานออกแบบนั้นเรามีวิธีนำเสนออยู่หลายรูปแบบด้วยกันครับ

113330_66_preview_640

3.1 งานสเกตช์ (sketches) – พื้นฐานที่สุด รวดเร็วที่สุด ราคาถูกที่สุด และบ่งบอกความสามารถได้มากที่สุด งานสเกตช์เป็นที่สุดของศาสตร์ที่คนทั่วไปคาดหวังจะเห็นจากนักออกแบบครับ ดังนั้นการเริ่มต้นของเรา งานสเกตช์เป็นสิ่งที่เหมาะที่ควรครับ อุปกรณ์ที่ต้องการ ก็แค่ปากกา/ดินสอ/สีไม้ อะไรก็ได้ซักอย่างกับกระดาษเท่านั้นเอง งาน sketch design เป็นได้ตั้งแต่งานขีดๆเขียนๆเร็วๆเพื่อแสดงไอเดียไปจนถึงงานระดับ masterpiece ที่ใช้แทนงาน 3d rendering ได้เลย งานสเกตช์มีผลทางด้านจืตใจต่อผู้พบเห็นมากที่สุดในบรรดางานนำเสนอทั้งหมด มีทั้งความเคลื่อนไหวและชีวิตชีวา รวมทั้งนำงานออกแบบของเราไปสู่การขึ้นต้นแบบทั้งแบบ 3d และแบบโมเดลจริง ขอย้ำอีกครั้ง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทุกคนครับ

3.2 งานโมเดลสามมิติ (3ds models) – สำหรับคนที่สเกตช์เป็นจนถึงที่สุดแล้ว หรือเบื่องานสเกตช์ หรือคนที่ไม่ไหวแล้วกับสเกตช์ ทางเลือก 3d ยังเปิดรออยู่ครับ งาน 3d เป็นความเหมือนจริงยิ่งกว่างานสเกตช์ไหนๆ งานโมเดล 3d มีข้อดีในเรื่องการนำเสนองานที่สมจริง เส้นทุกเส้นบนพื้นผิวถูกพิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง ไม่มั่วพื้นผิวเหมือนงานสเกตช์ แต่คนที่จะขึ้นรูป 3 มิติได้สวยและเหมือนรถนั้น ต้องมีความเข้าใจในงานสามมิติ ทั้งสัดส่วน พื้นผิว และรายละเอียดของชิ้นงาน คนที่เขียนแบบได้หรือเรียนมาทางนี้มักจะทำงานด้านนี้ได้ดีครับ แต่สำหรับผู้เริ่มต้น ผมแนะนำให้ใช้การ ‘ดูและสัมผัส‘ กับรถจริงหรือวัตถุอื่นๆให้มากเข้าไว้ครับ ใครมีรถ ล้างรถเลยครับ เพื่อศึกษาพื้นผิวเว้านูนของตัวถัง ทำจนจินตนาการภาพสามมิติในหัวได้นั่นแหละครับ แล้วถึงจะสามารถทำงานออกแบบในโปรแกรมได้

113314_66_preview_640

พูดถึงโปรแกรม เป็นทั้งจุดดีและจุดด้อยนะครับ กับงานสเกตช์นั้นเราใช้ต้นทุนอุปกรณ์น้อยมาก แค่กระดาษปากกาเท่านั้น กับงานสามมิติเราต้องใช้ทั้งคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสามมิติ บ้านเราเป็นเมืองสวรรค์แห่งการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ เราอาจจะโชคดีที่หาโปรแกรมราคาถูกได้ แต่คอมพิวเตอร์เราหาของถูกไม่ได้มากนักครับ ดังนั้นใครที่ไม่พร้อมด้านนี้ผมแนะนำให้เริ่มด้วยงานสเกตช์นะครับ แต่ถ้าเป็นคนที่สนใจด้านงานสามมิติอยู่แล้วและอยากทำงานด้านนี้ ก็สามารถเริ่มด้วยงาน 3d ได้เลยครับ โปรแกรมที่ผมแนะนำให้ใช้สำหรับงานพื้นผิวรถคือ Autodesk AliasStudio นะครับ ถ้าไม่ไหว แนะนำ Rhinoceros ครับ ส่วนโปรแกรมตระกูล 3dsMax ไม่แม่นยำพอครับ ไม่แนะนำ นอกจากนี้ในไทย Catia และ SolidWorks ก็เป็นที่นิยมในแง่ที่สามารถนำโมเดลเข้าสู่กระบวนการผลิตได้เร็วกว่าครับ

113-8

3.3 การทำโมเดลต้นแบบ (model) – สำหรับคนที่ไม่ไหวเลยทั้งสองอย่างที่ว่ามา ก็ลองพิจารณาทางเลือกอีกทางครับการทำโมเดลด้วยวิธีต่างๆก็เป็นการนำเสนองานที่แจ๋วไม่แพ้การนำเสนอผ่านภาพของทั้งสองวิธีที่ผ่านมา งานสามมิตินั้นอาจเอามาทำ animation เพื่อนำเสนอได้ แต่งานโมเดลนั้นผู้รับชมสามารถ ‘เห็นและจับต้องได้ ‘ ครับ ซึ่งการทำโมเดลนั้นต้องมีอุปกรณ์หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าเป็นโมเดลอะไร หากเป็น clay model ก็ต้องมี buck เป็นฐานสำหรับงานดิน หากเป็นโมเดลพลาสติกก็ต้องมีเครื่องขึ้นรูปพลาสติกนานาชนิด เอาจริงๆแล้วน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะมากที่สุดเลยครับ หากใครจะเริ่มต้นกับงานดิน แนะนำให้อ่าน post นี้ก่อนครับ

ทุกๆวิธีที่กล่าวไป ผมแนะนำงานสเกตช์เป็นพื้นฐานนะครับ จะน้อยจะมาก อย่างน้อยก็ควรจะวาดให้ตัวเองเข้าใจได้ คนที่ทำ 3d อย่างน้อยก็ควรสเกตช์เพื่อทำ 3d คนที่ทำโมเดลก็สเกตช์เพื่อทำโมเดล

เมื่อเริ่มจะถ่ายทอดงานออกแบบออกมาได้ เราก็เริ่มจะเป็นนักออกแบบขึ้นอีกหน่อยแล้วครับ ถ้าใครมีผลงานก็เอามาฝากกันที่ Thaicardesign บ้างนะครับ

แสดงความคิดเห็น