car design glossary: C

C:

80176_2_preview

Cab forward

ที่มาของคำนี้ต้องยกเครดิตให้ฝ่ายการตลาดของ Chrysler ในปี 1987 ที่ ‘Portofino’ Concept Car ออกมาเป็นครั้งแรก แต่บางครั้ง บางคนก็บอกว่าเป็นคำที่ design Vice President ของ Ford, Jack Telnac ผู้ซึ่งชื่นชอบรางรถไฟด้วยเป็นผู้คิดขึ้นมาเพื่อระลึกถึงคำว่า Cab Forward locomotives (รถไฟ) สายใต้ในยุคต้นศตวรรษที่ 20 (1900s)

80177_2_preview

กระแสตอบรับที่ดีมากของ Portofino ทำให้เกิดรถรุ่นผลิตขายจริงอย่าง Dodge Intrepid (1993) ขึ้นมาและในปี 1994 รถ Chrysler LH และ New Yorker ก็กลายเป็นผู้นำแฟชั่นและทำให้ Chrysler กลับมาเป็นผู้นำด้านการออกแบบอีกครั้ง

ข้อดีของการจัดแพกเกจแบบนี้คือพื้นที่ว่างในห้องโดยสาร การขยับกระจกหน้า คนขับและผู้โดยสารไปข้างหน้าหมายถึงพื้นที่เก็บของด้านหลังที่กว้างขวางขึ้น การขยายฐานล้อด้วยการยืดล้อหลังและซุ้มล้อออกไปก็ยิ่งส่งเสริมนวัตกรรมแพกเกจนี้เข้าไปอีกในรถอเมริกันคันใหญ่สมัยนั้น

โดยทฤษฎีดังที่กล่าวไปข้างต้น เราอาจจะเรียก Mercedes-Benz SLR McLaren ว่าเป็นรถแบบ ‘cab rearward’ ได้

83181_2_preview

Mercedes-Benz-E-Class_Coupe_2010_1600x1200_wallpaper_29

Cant rail

โครงสร้างที่ปกติจะอยู่ด้านบนเสา B หรือเสากลางของรถพอดีและกลายเป็นขอบบนของประตูไปด้วย ในรถสมัยใหม่ cant rail วิ่งเรียบเนียนต่อเนื่องไปกับเสา A และเสา C โดยจะเห็นความต่อเนื่องได้ชัดเจนมากในรถที่เป็นหลังคากระจกอย่าง Mercedes E-Class (ในภาพ)

ม่านนิรภัยก็ถูกบรรจุอยู่ใน cant rail (ด้านในรถ)

รถอย่าง Citroen Pluriel (ภาพบน) และ Smart Roadster มี cant rail แบบถอดได้

24082_2_preview77487_2_preview65757_2_preview
Character Line

เส้นสำคัญอย่าง feature line หรือ crease ที่ถูกบรรจงสร้างขึ้น หรือพูดให้สวยขึ้น เกิดจากการบรรจบของพื้นผิวบนตัวรถนั้น ให้ทั้งความชัดเจน ‘บุคลิก’ กับรูปทรงทั้งหมด

character line นั้นเรียบง่ายกว่า และก็สำคัญต่องานออกแบบยิ่งกว่าเส้น feature line หรือ crease และเป็นเส้นที่จะยังเหลือหากทำภาพรถให้เป็น abstract ยกตัวอย่างเช่น SEAT Altea เส้นโค้งบางๆแบบ ‘banana-ed  (แปลว่าไรดีล่ะครับ ‘โค้งกล้วย’ ดีไหม)’ ที่วิ่งแยกห่างจาก beltline ออกมา หรือเส้นที่กวาดยาวไปด้านข้างของ Mercedes CLS ก็ถูกนำไปใช้ใน A-Class, B-Class, R-Class และแม้กระทั่งรถตู้อย่าง Vianoตอนนี้มันได้กลายเป็นเส้นที่สำคัญต่อภาษาทางรูปทรงของ Mercedes ไปแล้ว

ในทางกลับกัน เส้น character line ที่ตวัด ‘แบบลวกๆ’ บนแผงตัวถังด้านข้างของ Jaguar S-Type ที่ตั้งใจจะสื่อถึงรถรุ่นปี 1960’s อย่าง 3.4 และ 3.8S นั้นกลับมีอยู่ในรุ่นเดียวเท่านั้น

69030_2_preview
Cheater Panel

ชิ้นส่วนสามเหลี่ยมเล็กที่มักถูกทำสีดำด้านไว้ อยู่บริเวณด้านล่างของเสา A ซึ่งช่วยในการสร้างรูปทรงหลอกๆของกระจกข้างให้สวยขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นชิ้นส่วนที่ใช้กลบเกลื่อนความยุ่งเหยิงและจัดการยากของจุดรวมพื้นผิว 3 ระนาบจุดนี้ ดังนั้นเทียบกับขนาดแล้วต้องถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่องานออกแบบมากทีเดียว ลองสังเกตรถตัวอย่างที่ไม่มี Cheater Panel ดูได้ในรูปด้านล่าง (Fiat Punto) ว่าไม่มีแล้วส่งผลกับกราฟิกด้านข้างอย่างไร

80671_2_preview

ในแง่การใช้งาน หาก cheater panel อยู่บนตัวประตูแล้ว มันจะเป็นได้ทั้งฐานสำหรับรองรับกระจกมองข้างและรางจับกระจกที่จะเลื่อนลงด้านหน้าได้ด้วย

73636_2_preview

Rear Cheater

การใช้งานเดียวกับ cheater ที่ด้านหน้า สามเหลี่ยมขนาดเล็กและเป็นสีดำด้านเช่นเดียวกัน วิ่งต่อจากเส้นขอบกระจกบานประตูหลังเพื่อสร้างกราฟิกด้านล่างเสา C ให้เหมือนว่าภาพกระจกทั้งคันดูยาวกว่าเดิม เมื่อก่อนเราใช้มันเพื่อหดกระจกหลังให้สั้นลงและทำหน้าที่รางจับกระจกให้เลื่อนลงไปได้ ในภาพยังเห็นการใช้งานแบบเป็นที่จับเปิดประตูได้อีกอย่างด้วย

ในอเมริกาอาจจะรู้จักกันในชื่อ ‘Flag’

17579_2_preview
Clay

ดิน clay นั้นผมเคยกล่าวถึงการทำ clay ไปในบทความก่อนหน้านี้แล้ว แน่นอนในหมวดตัว C ต้องมีคำว่า Clay ด้วยแน่นอน ดินสำหรับใช้ขึ้นรูปรถนั้นเป็นสีน้ำตาลหม่นๆ เนื้อละเอียดและมี wax เป็นเบส ต้นกำเนิดมาจากอเมริกา ใช้ในงานเก็บผิวขั้นสุดท้ายของงานออกแบบทั้งภายในและภายนอก ดิน clay นั้นไวต่ออุณหภูมิไม่เหมือนดินเซรามิคที่มีเบสเป็นน้ำ ดิน clay ไม่ละลายน้ำและไม่ติดไฟ

ท่อนดินขนาด 1 kg จะถูก ‘อุ่น’ ในเตาอบที่รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 60 องศาเซลเซียส อุณหภูมิซึ่งดินจะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นดินที่บิดเปลี่ยนรูปได้ง่ายและจะถูกถมลงบน armature หรือ buck หรือโครงจำลองที่ความหนา 1 นิ้วโดยประมาณ เมื่อเย็นตัวที่อุณหภูมิห้องแล้วดินจะมีผิวแข็งและสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องมือหลากหลายเช่นเหล็กสปริง curve หรืออาจเป็นหัวกัดจากเครื่อง cnc 3-5 แกนก็ได้

ข้อดีที่สุดของการขึ้น clay ก็คือ การเอาเนื้อออกง่ายและถมเนื้อกลับเข้าไปใหม่ได้ง่ายและเนียน นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ออกมานั้นเรียบเนียนไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังขึ้นรูปเปลี่ยนแปลงได้ไม่มีขีดจำกัด

anthony-lo

Dressed Clays

เนื่องจากดิน clay นั้นเป็นวัสดุที่มีสีดิน ซึ่งอาจจะจืดชืดและดูไร้ชีวิตชีวาเกินไปสำหรับการทำความเข้าใจชิ้นงาน โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ใช่นักออกแบบ แต่ต้องมาเลือกแบบ…

การแต่งตัวอย่างง่ายที่สุดของ clay ไม่ว่าในขนาดจริงหรือย่อขนาด ก็คือการ ‘ติดเทปดำ’ ลงบนพื้นที่กระจก บางครั้งอาจรวมถึงพื้นที่อื่นอย่างไฟหน้าและช่องอากาศทั้งหลายด้วย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถจินตนาการภาพของรถจริงออกได้แล้วระดับหนึ่ง อีกระดับก็คือการใช้ฟิล์ม ‘Di-Noc’ เพื่อสร้างพื้นผิวที่เป็นสีเสมือนสีรถจริงขึ้นมา (ตัวอย่างในภาพ)

131510_2_preview
117742833257596image
Concept Sketch

โดยปกติแล้วงาน sketch design ที่ดีนั้นค่อนข้างจำกัดอิสระของนักออกแบบ (อาจจะด้วยสัดส่วนต่างๆของรถ) และต้องถูกสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเป็นจริง ต้องมีความยับยั้งชั่งใจในงานออกแบบที่ต้องพิจารณาถึงทั้ง package ของรถรวมไปถึงการผลิต

แต่งาน Concept sketches จะต่างออกไป ไม่มีข้อห้ามที่ต้องกังวลและกดดันกับความเป็นเป็นจริงมากนัก เป็นงาน sketch ที่ใช้เพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการและความสร้างสรรค์ของนักออกแบบ อาจเป็นแค่การแสดงแนวคิด ทิศทางหรือเป้าหมายที่ชวนฝันของงานออกแบบนั้นๆ บางครั้งก็อาจเป็นงานสเกตช์ที่แสดงถึงเนื้อหา เรื่องราวเบื้องหลัง หรืออิทธิพลที่มีต่องานออกแบบ

บางครั้งก็อาจเป็นงานโชว์ สร้างขึ้นเพื่อการเผยแพร่ในสื่อ ซึ่งอาจเป็นภาพที่เสริมแต่งด้วย Photoshop หรืออาจะเป็นแค่สเกตช์หลวมๆแต่สร้าง impact อย่างใหญ่หลวงให้ผู้พบเห็นก็ได้

1568_2_preview

Crease Line

crease คือพื้นผิวที่ถูกกดหรือพับให้เกิดเส้นจากพื้นผิวสองพื้นผิวบรรจบกัน

ไม่เหมือนกับ feature line เส้น crease นั้นติดรวมอยู่กับงานออกแบบและไม่สามารถวิ่งเนียนหายไปกับพื้นผิวได้ เส้น crease ใช้แสดงพื้นผิวหลักๆรวมถึงเห็นได้ชัดในภาพด้านของรถ การออกแบบแบบ ‘New Edge’ ของ Ford ก่อนนี้ก็ใช้ crease (เป็นหลัก) เพื่อแสดงขอบ สัน ของรถอย่าง Ka, Cougar ฯ

เส้น crease ผิวนูนออกมาหรือยุบลงไปก็ได้ เส้น crease ที่ลอยเด่นชัดขึ้นมาบนพื้นผิวเรียบๆนั้นอาจได้รับความสำคัญให้เป็น character line ได้เลย

เส้น crease สองเส้นที่อยู่ใกล้กันอาจจะทำหน้าที่ร่วมกันเป็น feature line ได้ รถ Golf Mk 1 ของ Giugiaro ในปี 1974 มีพื้นตัวถังด้านข้างแบนราบพร้อมกับเส้นรอยพับสองจังหวะ ซึ่งทำหน้าที่เป็น feature line ที่ชัดเจนและดูแข็งแรง หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ford, Uwe Bahnsen กล่าวถึงการออกแบบนี้ว่ามาจากงานแบบ ‘Origami’

69023_2_preview
Crown

Crown (กระหม่อม) บนแผงตัวถังหมายถึงพื้นผิวโค้งหลายทาง (2-3 แกน) ส่วนใหญ่มักเป็นโค้งนูน หากมองจากด้านเดียวมันก็เป็นแค่ ‘เส้นโค้ง’ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในชิ้นงานสำหรับวิศวกร แต่กับนักออกแบบแล้ว Crown ช่วยในการควบคุม highlights และแนวเส้นของแสงที่ตกกระทบ

การสร้าง ภาพ ของพื้นผิวเรียบแบนนั้นทำได้โดยการสร้าง crown น้อยๆ แต่ไม่สามารถสร้างเป็นระนาบแบนจริงๆได้

การ ‘วัด’ ความ crown อย่างง่ายๆ นั้นทำได้โดยเปรียบเทียบกับพื้นผิวเรียบ ในงานออกแบบรถนั้นมักจะใช้พื้นผิวแบบ crown มากกว่าจะเป็นพื้นเรียบเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าในทางไหน กระจกไม่นับเป็น crown เพราะถือว่าเป็นโค้งทางเดียว (กระจกหน้า-หลังโค้งทางเดียวเมื่อมองจากด้านบน)

car design glossary ฉบับภาษาไทย

A-B

C

D-E

F

G-H

I-M

O

P

R

S