car design glossary: D-E

D:

17578_2_preview

Di-noc

แผ่นฟิล์มพลาสติกบางเฉียบที่ทำสีมาแล้วจาก 3M ที่ติดลงบนพื้นผิวเปียกได้ ในงานดินใช้ Di-Noc เพื่อจะปิดผิวดินแทบทั้งหมดเพื่อสร้างแสงเงาสะท้อนที่เหมือนสีรถจริงบนพื้นผิว

ในงานดินนั้น ประตูและเส้น shut line รวมถึงพื้นที่ที่เป็นรายละเอียดต่างๆถูกเติมเข้ามาเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับงาน เนื้อและสีดินจะทำหน้าที่แสดงภาพสะท้อนของพื้นผิว 3 มิติในงานผลิตจริงให้ผู้ที่มองได้เห็น สำหรับคนที่มีสายตานักออกแบบอยู่แล้วก็คงมองเห็นงานออกแบบได้ชัดเจน

แต่พื้นผิวที่ละเอียดอ่อนมากๆในงานออกแบบยังคงถูกบดบังไว้ด้วยสีด้านของดิน ดังนั้นขั้นต่อมาก็คือการใช้ Di-Noc เคลือบผิวหรือทำสี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเงิน ในข้อนี้ Di-Noc ดีกว่าในแง่ของการพิจารณาแบบ เพราะสามารถลอกออกได้เลยในกรณีที่ต้องแก้ design โดยไม่ต้องทำลายพื้นผิวข้างใต้เหมือนการขูดสี

16145_2_preview

DLO

คำว่า DLO มาจากคำเต็มว่า ‘Day Light Opening’ ใช้เพื่ออธิบายรูปร่างของกราฟิกกระจกด้านข้างตัวรถ DLO เป็นองค์ประกอบทางกราฟิกที่ทรงพลังและมีความสำคัญยิ่งต่องานออกแบบ เนื่องจากการใช้ DLO ในงานออกแบบสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับพื้นผิวตัวถังด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นการเน้นพื้นผิวที่ต่อเนื่องหรือจะเป็นการเบรคความรุนแรงของการออกแบบตัวถังก็ทำได้ทั้งหมด

46792_2_preview

หากต้องการความต่อเนื่องของงานกราฟิก DLO ก็อาจหมายรวมถึงกระจกหน้า / หลังด้วย ซึ่งแนวคิดนี้สำเร็จได้ด้วยการเข้ามาของรูปแบบกระจกแบบปิดเสาเพื่อให้พื้นที่กระจกวิ่งต่อเนื่องกันแบบของ Mini

ความเด่นชัดของกราฟิกจะแสดงออกมาได้ดีที่สุดบนพื้นสีอ่อนซึ่งตัดกันกับเนื้อกระจกสีเข้ม เสาและ ‘masking’ หรือขอบกระจกสีดำ รวมถึง cheater panel สีดำด้วย นั่นคือเหตุผลกลายๆด้วยว่าทำไมรถส่วนใหญ่จึงถูกออกแบบให้ต้นแบบเป็นสีเทา สำหรับรถสีเข้มเราอาจเห็นการเน้น DLO ด้วยการ ‘เดินขอบ’ เป็นสีสว่างหรือโครเมียม

GT-R dogseat

Dog seat

อันนี้ฝากเองเล็กๆ dog seat เป็นเบาะนั่งแบบเต็มตัวที่อยู่ด้านหลังเพื่อแสดงว่าเป็นรถแบบ 4 ที่นั่ง การวางเบาะแบบ dog seat ต่างจากเบาะหลังของรถ 4 ที่นั่งจริงๆตรงพื้นที่วางขาที่น้อยมากจนแทบไม่มีเลย ส่วนใหญ่ใช้เก็บของได้เท่านั้นหรือถ้าจะนั่งก็ต้องเป็นเด็กที่ไม่ต้องยื่นขาลงไปใน leg room เท่านั้น การวางเบาะแบบ dog seat เห็นได้ในรถสปอร์ตหลายรุ่น dog seat ไม่มีประตูเปิดเข้าของตัวเอง แต่รถอย่าง Mazda RX-8 อาจจะต่างออกไปด้วยประตูแบบตู้กับข้าวด้านหลัง

พวกเบาะหลังกระบะรุ่นแคบยาวแต่ยังไม่มีประตูนี่ผมไม่แน่ใจว่าจะนับเป็น Dog Seat ได้ด้วยไหม

130929_2_preview

Doors

การออกแบบประตูทั่วไปต้องทำตามกฎข้อหนึ่ง นั่นคือ จุดหมุนต้องอยู่ในแนวตั้งตรงเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องต้องยกน้ำหนักประตูหากจุดหมุนเปิดขึ้นด้านบน และเพื่อหลีกเลี่ยงการที่ประตูจะร่วงลงมา หากจุดหมุนเปิดลงด้านล่าง

โชคดีที่ยังมีประตูแบบอื่นๆที่ทำให้เราไม่ต้องคอยมองแต่ประตูซ้ำๆของรถทุกคัน

47241_2_preview

Gullwing doors

ประตูแบบปีกนก บานพับที่อยู่บนหลังคาทำให้ดูเหมือนปีกนกเมื่อกางประตูออก ประตูแบบนี้มีให้เห็นเป็นครั้งแรกในรถแข่ง Mercedes-Benz 300SL  ปี 1952 โดยบานประตูถูกออกแบบขึ้นมาเพราะบานประตูแบบปกติไม่สามารถจัดวางให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับคนขับที่จะเข้าไปในห้องโดยสารได้เน่ืองจากธรณีประตูที่ถูกยกสูงขึ้นมาและถูกขยายให้กว้างโดยโครงสร้างแบบ spaceframe ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นนับเป็นความสวยงามโดยบังเอิญ…

บานพับประตูแบบติดตั้งบนหลังคายังถูกทำซ้ำโดยรถ Bricklin ปี 1974 และรถชื่อเสียงไม่ดีนักอย่าง DeLorean ปี 1981 หลังจากนั้นรูปแบบที่หลากหลายขึ้นก็ถูกพัฒนาตามมาอย่าง Toyota Sera ปี 1991 และ Ferrari Enzo ปี 2003 มีจุดหมุนของประตูแบบปีกนกอยู่บนหลังคาและเสา A อย่างละหนึ่งจุด (พึ่งรู้ว่าประตู Enzo เหมือนประตู Toyota เหรอเนี่ย 55) ในขณะที่ Mercedes SLR McLaren นั้นมีจุดหมุนทั้งคู่อยู่บนเสา A กลายเป็นประตูแบบ ‘swing wing’ door

47224_2_preview

Scissor doors

ประตูแบบกรรไกรหรือ Scissor door มีจุดหมุนจุดเดียวที่คอยยกบานประตูทั้งชิ้นขึ้นไปแต่มี gas strut คอยช่วยพยุง เพื่อแก้ปัญหาการเปิดประตูยาวๆออกด้านข้างในพื้นที่คับแคบ แม้ว่ามันจะทำให้เกิดปัญหาใหม่คือประตูครูดหลังคาโรงรถก็ตาม

ประตูแบบนี้ถูกแนะนำในรุ่นผลิตจริงของ Lamborghini Countach ปี 1971 และสืบต่อมายัง Diablo ปี 1990จนกลายเป็นเครื่องหมายหนึ่งของ Lamborghini ในที่สุด

61919_2_preview

Suicide doors

บานพับประตูอยู่ขอบประตูด้านหลัง ในช่วงยุค 1920s ถึงช่วงยุค 30s เป็นเรื่องธรรมดาที่ประตูรถจะมีบานพับอยู่ด้านหลังบริเวณเสา B ซึ่งบานประตูจะถูกลมพัดให้เปิดได้อันเป็นที่มาของชื่อ ประตูฆ่าตัวตาย ประตูแบบนี้ถูกแบนในเวลาต่อมา

132048_2_preview

ประตูลักษณะนี้ถูกนำออกสู่สายตาผู้คนอีกครั้งในรถกระบะที่มีบานประตูแบบตู้กับข้าว (แก้ปัญหาประตูเปิดด้วยการเอาประตูหน้าทับบานประตูหลังเป็นล๊อกอีกชั้นหนึ่ง) ในรถกระบะ รถสปอร์ต Mazda RX-8 และรถ Honda Element ก็มีประตูแบบนี้เช่นกัน RX-8 ไม่มีเสากลางหรือเสา B (ยังผ่านกฎหมายความปลอดภัยด้วยงานวิศวกรรมที่ชาญฉลาด) ทำให้ไม่มีคู่แข๋งค่ายใดสู้ได้ในเรื่องการเข้า – ออกพื้นที่ด้านหลัง

BMW เองก็เล่นเกมนี้ด้วยเช่นกันในตลาดที่หรูกว่า ด้วยชื่อที่ดูดีขึ้นว่า ‘coach doors’ (ประตูรถม้า?) สำหรับ Rolls-Royce ตัวปัจจุบัน

54775_2_preview

DRG (Down-the-Road Graphic)

ภาพที่เด่นชัดของงานออกแบบ บุคลิกที่เห็นแต่ไกลของงานออกแบบด้านหน้ารถ (ส่วนใหญ่)

ด้วยการใช้จุดบนไฟหน้า LED ด้านหน้ารถอันเป็นที่ถกเถียงกันของ Audi R8 นี้ก็ได้โยนภาพกระจังหน้าทรงตู้จดหมายเดิมๆทิ้งไปไกล และทำให้คนเห็นได้ว่าเป็นรถคันนี้แม้จะอยู่ห่างไปเป็นไมล์

พื้นที่เตี้ยลง ยางที่บางและซุ้มล้อที่ขยายกว้าง นี่คือภาพรถที่มีสมรรถนะอย่างไม่ต้องสงสัย ภาพกว้างๆที่เห็นได้นั้นเรียกว่า ‘down-the-road dynamic’ จะเรียกว่าเป็นอารมณ์ที่เห็นได้จากรถก็อาจจะไม่ผิดนัก

E:

alfa-reveals-voters-choice-for-new-mito-badge

Emblem

สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของรถแต่ละค่าย ค่ายรถส่วนใหญ่ยึดถือ emblem ของตัวเองอย่างยิ่งยวดเพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้คนจะจดจำได้ เช่น BMW, Audi บางค่ายรถอาจคิดต่างสร้าง emblem ที่เป็นส่วนตัวของรถรุ่นนั้นๆแยกออกมาต่างหากเพื่อเหตุผลทางการตลาด เช่น Toyota ส่วนค่ายที่ผมชอบและรอที่จะเห็น emblem ของรถรุ่นใหม่ๆออกมาเรื่อยๆก็คือ Alfa Romeo โดย Alfa จะออกแบบ emblem ของรุ่นนั้นๆขึ้นมาใช้กับโลโก้หลักของบริษัท

บางครั้งคำว่า badge ก็ใช้ได้

car design glossary ฉบับภาษาไทย

A-B

C

D-E

F

G-H

I-M

O

P

R

S

16 thoughts on “car design glossary: D-E”

  1. บริษัทรถกระบะเวลาคุยกันก็เรียก Dog seat
    แต่จะไม่ระบุว่าเอาไว้นั่ง จะสังเกตุเห็นว่าถึงจะทำแค็บเปิดให้เข้าออกสะดวก ก็ไม่โฆษณาว่าเอาไว้ให้นั่ง(บางทีก็วางของเยอะๆ บางทีก็ให้เด็กวิ่งผ่าน)

    อันนี้เป็นเหตุผลทางภาษี

  2. จิงๆพวกเเค๊ปเนี่ยะ ที่ค่ายรถกระบะcabที่ขายกันในเมืองไทย ไม่ระบุว่านั่งได้เนี่ยะ เพราะว่ามันมีผลต่อการจ่ายภาษี จากรถ 2ที่นั่ง เป็น 4ที่นั่ง มันก็จะเพิม budget ในการ develop ถ้า4ที่นั่ง ก็จะเป็นการ develop พวกรถ double cab มันเป็นเเบบนั้นมากกว่า จากที่เคยทำงานมาเเละสอบถามผู้รู้จากค่ายรถ
    ปล.หลังจากโฆษณา vigo smartcab ที่คุณ kleb ว่า ออกเเรกๆ ford ranger ก็ลงโฆษณาตามหนังสือพิมพ์ว่า “กระบะพันธ์เเกร่งต้องมีcabเปิดได้มานานเเล้ว”55555+
    เสียดายที่เมืองไทยมีเเต่ production car

  3. คุณ surface ได้ข่าวว่าที่กล้วยไม้ แก๊ง catia กับแก๊ง UG นี่แบ่งพวกกันเลยเหรอครับ

    พอดีป๋าชาญเล่าให้ฟัง

  4. ก็ไม่เชิงนะ เเต่ว่า cad กับ cam อยู่คนละเเผนกกันเลย ทุกวันนี้ยังงอยู่
    อืม…เเต่ว่าคุณ kleb คือใครอ่าครับรู้จักป๋าชาญด้วย ?
    โลกเเคบจิง

  5. นั่นมัน Manager ผม!!!!!!!!!!!!
    ไว้จะต้องรู้ให้ได้ว่า คุณ kleb นี่คือใครหว่า รึว่าเคยเป็น designer ที่นี่?

  6. แค่เคยเข้าไปคุยงานกะแก2-3คำน่ะครับ ไม่ได้รู้จักมากมายอะไรหรอก แซวเล่น

    พอละนะครับ เกรงใจเจ้าของเว็บ 😀

แสดงความคิดเห็น