Cygnet: ความร่วมมือทางธุรกิจระยะห่างพันไมล์

Aston_Martin-Cygnet_Concept_2009_1600x1200_wallpaper_01

ตอนแรกเห็นนึกว่างานเด็กนักศึกษาที่ไหน เช๊คข่าวดูหลายๆที่ อ้าว จริงนี่นา, แน่นอนว่า Cygnet ยังเป็นแค่ design concept เพื่อศึกษาตลาด แต่ก็ชวนให้คิดว่านี่คือ Aston ที่คุณจะสามารถขับไปจ่ายตลาดได้รึเปล่า

Aston นิยาม Cygnet ว่าเป็น “luxury commuter concept” สังเกตเห็นไฟหน้าไหมครับ และถ้าใครที่จำสัดส่วนของรถได้ นี่คือ Toyota iQ ในคราบ Aston และวางแผนจะทำราคาไม่เกิน  20,000 ยูโร (เกือบหนึ่งล้านบาท) ดร. Ulrich Bez ประธานของ Aston กล่าวว่า “Small is beautiful these days (รถเล็กก็สวยได้แล้วทุกวันนี้) เราควรจะเลิกยึดติดกับความคิดเดิมๆเกี่ยวรถ Aston ได้แล้ว”

แต่ที่ผ่านมา Aston ทำรถที่ราคาแพงมากมาตลอด แม้แต่นาฬิกาที่ Aston ขายก็ยังแพงกว่าราคาที่ตั้งเป้าไว้ของ Cygnet ด้วยซ้ำ แล้วนี่จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแน่หรือ

อ่านต่อด้านใน…

“เราต้องขยาย Aston Martin ไปสู่ความหลากหลายเพื่อตอบรับความต้องรถสปอร์ตที่ลดลงอย่างน่าใจหายในช่วงเวลานี้ เราได้เห็นผู้ผลิตรถอเมริกันทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ที่เคยทำมาตลอด แล้วตอนนี้พวกเขาก็ใกล้จะสูญสิ้นไปทุกที รถคันนี้ช่วยให้เรานำคุณค่า ภาษา และงานฝีมือของ Aston Martin ไปสู่พื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด”

Aston วางแผนจะผลิต Cygnet 4000-5000 คันต่อปี และจะเป็นรถรุ่นแรกที่โตโยต้ารับผลิตให้กับผู้ผลิตเจ้าอื่น สองบริษัทเริ่มต้นความสัมพันธ์โดยบังเอิญในการแข่งขัน Nurburghring-24ชม. ที่ซึ่งทั้งสองทีมแข่งใช้โรงรถร่วมกัน

Akio Toyoda หลานชายของผู้ก่อตั้งโตโยต้าผู้ร่วมแข่งขันในรายการอยู่เบื้องหลังรถ Lexus และ ดร.Ulrich Bez ก็เป็นผู้ร่วมแข่งขันเช่นกันกับทีม Aston Martin ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นในสนามแข่งนี้ก่อตัวเป็นโอกาสทางธุรกิจตามมา

“ทันทีที่ผมเห็น iQ ผมก็คิดได้ทันทีว่าจะสามารถใช้ศักยภาพของ 2 บริษัทอย่างไร สองวันหลังจากผมโทรคุยกับ Akio ก็มีคนจาก Toyota มาดูโรงงานของเราที่ Gaydon และ 2 เดือนหลังจากนั้นเราก็ได้ตัดสินใจเผยแพร่แนวคิดนี้ของเราออกสู่สาธารณชน” (เร็ว! มาก)

ดร. Bez ยังเล่าว่าในตอนแรกนั้นก็มีเสียงคัดค้านมากกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างใหญ่หลวงครั้งนี้ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยอมรับแนวคิดเกี่ยวกับการซื้อในยุคที่โลกต้องเป็นสีเขียวอย่างทุกวันนี้ได้ “ที่ผ่านมาเราพยายามลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 ของ Aston Martin ลง แต่ 15% ที่เราลดได้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร”

“Cygnet จะเป็น Aston คันแรกที่คุณจะได้ทั้งตรายืนยันคุณภาพของ Aston ราคาที่เข้าถึงได้ ไอเสียที่สะอาดและความปลอดภัย”

ก็คงจะเหลือแต่ข้อสงสัยสุดท้ายว่า ‘ แล้ว James Bond จะได้ขับมันไหม? ‘ (ก็ขับมาทั้ง Mondeo ทั้ง Fiesta แล้วนี่นา)

ประวัติคร่าวๆของสองบริษัท

  • Aston Martin
  • ก่อตั้งเมื่อปี 1913 ใน London

    พนักงาน 1,250 คน

    ผลิตรถ 7,000 คันต่อปี

    รถที่มีชื่อเสียงคือ DB5, ขับโดย James Bond ในภาค Goldfinger

    ชื่อบริษัท มาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง Lionel Martin และสนามแข่ง hill climb ชื่อ Aston ใน Buckinghamshire

  • Toyota
  • ก่อตั้งเมื่อปี 1937 ในเมือง Toyota, ญี่ปุ่น

    พนักงาน 320,000 คน

    ผลิตรถ 7 ล้านคันต่อปี

    รถที่มีชื่อเสียงคือ Prius, รถ hybrid รายแรกๆในตลาดที่ประสบความสำเร็จ

    ชื่อ “Toyoda” กลายมาเป็น Toyota หลังจากนักออกแบบชาวญี่ปุ่นตัดเส้นออกไปสองเส้นจากชื่อเพื่อให้เกิดการลากเส้นแค่แปดครั้งตามหลัก “โชคดี” ของญี่ปุ่น

ความเห็น: ครับ ผมชอบความสัมพันธ์ที่เกิดจากสนามแข่งขันครับ ถ้าใครเคยได้รับจะรู้ว่ามันเยี่ยมมาก โครงการนี้เปลี่ยนโลกมากเลยนะครับถ้ามันสำเร็จ เท่าที่ฟังดูผมคิดว่าโมเดลนี้น่าจะเกิดขึ้นได้จริงแน่นอน และผมว่ามันสวยกว่า iQ เยอะเลย

ปล. เผื่อใครสงสัยชื่อ Cygnet ผมเปิดเจอ ภาษาอังกฤษแปลได้ว่า ‘หงส์, ห่านฟ้า’ ครับ

บทความต้นฉบับที่ TIMESONLINE

One thought on “Cygnet: ความร่วมมือทางธุรกิจระยะห่างพันไมล์”

แสดงความคิดเห็น