car design glossary: G-H

G:

gill

Gill

ภาษาอังกฤษแปลว่าเหงือกปลา น่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายว่าหมายถึงช่องระบายอากาศข้างแก้ม Gill เป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงความต้องการระบายความร้อนที่มากขึ้นของเครื่องยนต์ แสดงถึงเครื่องยนต์กำลังสูง ให้ภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ต จึงเป็นที่นิยมทั้งในงานออกแบบของผู้ผลิตและชุดแต่งแบบ aftermarket จนกลายเป็นแฟชั่น Gill หลอกๆ ที่มีติดอยู่รถแทบทุกคันแม้จะไม่มีอะไรออกมาจากช่องระบายนั้นเลยก็ตาม

Gill ยังใช้จัดการกับเส้น feature line ด้านข้างได้โดยอาจรวมเข้ากับงานออกแบบของเส้นทั้งหมด ใช้เป็นตัวจบงานเดินเส้นด้านข้างได้โดยไม่ต้องทำเส้นจางหายเข้าไปในซุ้มล้อเหมือนทั่วไป

27064_2_preview

Greenhouse

แปลง่ายๆก็คือส่วนด้านบนของรถทั้งหมดที่เป็นเนื้อที่กระจกวิ่งรอบ โดยแบ่งครึ่งตัวรถตามแนวนอนง่ายๆด้วยเส้น beltline หรือ waistline นั่นเอง

พื้นของภาษาเริ่มใช้กันในช่วงยุคปี 1960s ที่เสาบางๆ บานกระจกขนาดใหญ่และกรอบหน้าต่างแบบแยกต่างหากได้รับความนิยม ซึ่งทำให้เกิดพื้นที่ใหม่บนตัวรถที่ไม่ได้เป็นสีตัวถังขึ้นมาและสร้างภาพใหม่ให้กับงานออกแบบ

คำศัพท์ยิ่งชัดเจนเมื่อรถสมัยใหม่ต่างก็มีกระจกหน้า-หลังที่ ‘โอบล้อม’ เข้ามามากขึ้นและ tumblehome หรือองศาของแนวกระจกข้างก็เอียงเข้ามามากขึ้น และเปิดให้แสงเข้ามามากขึ้น (Greenhouse effect :D)

grille

Grille

เพิ่มเติมให้เองครับ grille หรือกระจังหน้าเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวสำหรับหลายๆ ค่ายรถ อันที่จริงหน้าที่ของ grille คือช่องรับอากาศเข้าหม้อน้ำที่อยู่ด้านใน ดังนั้นหลายๆ ครั้งเราจะเห็นว่าการออกแบบรถสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับกระจังหน้าขนาดใหญ่เพื่อแสดงออกถึงพลังที่อยู่หลังกระจังนั้น (ตัวอย่าง: Audi) อีกข้อสังเกตของการออกแบบ grille คือต้องมีซี่กระจังแทรกอยู่ระหว่างช่องรับอากาศนี้เสมอเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับชิ้นงานฉีดพลาสติกซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่นักออกแบบต้องดูแลเช่นกัน

porsche-911-carrera-1

ดังนั้นในบางครั้งรถที่มีเครื่องวางด้านหลังหรือวางตรงกลางก็อาจไม่จำเป็นต้องมี grille อยู่ด้านหน้าก็ได้เช่น Porsche เป็นต้น

H:

H-point (Hip point)

จุดสำคัญตามทฤษฎีการออกแบบรถ (ในยุโรปอาจเรียก R-point) มีความสำคัญต่องานออกแบบรูปทรงโดยรวมทั้งภายนอกและภายในและมีข้อกฎหมายบังคับควบคุม การวาง h-point คือจุดเริ่มต้นของงานออกแบบ package ทั้งหมดของรถ นั่นหมายถึงงานออกแบบทั้งหมดด้วย

h-point หรือ hip point คือตำแหน่งตรงกับสะโพกของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังเป็นเส้นแนวเริ่มต้อนของเส้น ‘eye ellipse’ ที่ใช้เพื่อเช็คระยะการมองเห็นของสายตาผู้ขับด้วย

15902_2_preview

Haunch

เห็นรูปแล้วน่าจะเข้าใจได้ง่ายครับ Haunch คือตำแหน่งด้านหลังเหนือซุ้มล้อซึ่ง shoulder line บวมโตขึ้นเพื่อแสดงความบึกบึนของกล้ามเนื้อตรงซุ้มล้อหลัง Haunch มักจะดูหนักแน่นและแสดงออกเป็นนัยๆถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน

นอกจากนี้ Haunch ยังแสดงความชัดเจนของรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยความที่มันถูกใช้เป็นองค์ประกอบในงานออกแบบของรถประเภทนี้มาก่อนที่ศัพท์จะถูกบัญญัติเสียอีก โดยเฉพาะกับ Jafuar ซึ่งใช้ Haunch เป็นหนึ่งในภาษาการออกแบบของตัวเองตั้งแต่ยุคปี 1950s

73378_2_preview

ในรุ่นแรงพิเศษของรถทั่วไปนั้น ซุ้มล้อหนาและกว้างเป็นพิเศษกับเส้น Haunch และเส้นคิ้วซุ้มล้อที่เห็นเด่นชัดจะช่วยสนับสนุนภาพของล้อและยางด้านหลังที่กว้างกว่าปกติ ทั้งหมดช่วยให้รถมีท่าทางมั่นใจมากขึ้น

Haunch มักจะถูกเรียกว่า ‘rear haunches’ (โป่งหลัง) ซึ่งอาจทำให้สงสัยว่าแล้วมีด้านหน้า (front haunch) ไหม คำตอบคือ – haunch จะอยู่ด้านหลังในตำแหน่งเหนือลอ้หลังเสมอ (อย่าลืมว่าต้นกำเนิดมาจากรถขับเคลื่อนล้อหลัง)

บางที่ก็เรียก ‘Hip’

20137_2_preview

Highlight

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพื้นผิวมันเงาทุกพื้นผิว และเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยอธิบายและทำให้นักออกแบบทำความเข้าใจในรูปทรงของพื้นผิวได้

highlight คือแสงที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างชัดเจน ณ มุมมองๆหนึ่ง และเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตามมุมมองที่เปลี่ยนไปของผู้มอง แสงของ highlight ที่เกิดขึ้นจากพื้นผิวที่หยักและคมมากจะมีขนาดเล็ก ขอบเส้นชัดเจน ในขณะที่ highlight ของพื้นผิวที่ ‘ราบรื่น’ กว่าก็ให้ลักษณะแสงที่ใหญ่และขอบเบลอกว่า

บางครั้งอาจเรียกรวมกับ Lightline ได้ หมายถึงแนวเส้นของแสงที่วิ่งตลอดพื้นผิวของรถและทำให้มองเห็น-เข้าใจรูปทรงของรถได้โดยไม่ต้องอาศัยเส้น outline ช่วย (แต่เส้น outline ก็จะช่วยให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น)

รถ ไม่ใช่ของที่อยู่นิ่ง  เมื่อรถเคลื่อนที่ (หรือผู้มองรถเคลื่อนที่) ทั้งเส้น lightline และ highlight ของรถจะเคลื่อนไหวเลื่อนไหลไปตามพื้นผิว การจะจัดการให้เส้นที่เลื่อนไปนี้เคลื่อนไหวได้อย่างไม่สะดุดบนพื้นผิวตัวถังไม่ว่ามองจากมุมมองไหนนั้นเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงของนักออกแบบซึ่งต้องใช้ทั้งประสบการณ์และสัมผัสที่ดีมากในการขึ้นรูปทรง

75758_2_preview

Hood

ฝากระโปรง พื้นผิวโลหะที่ครอบเครื่องยนต์อยู่นี้ยังหมายความถึงแผ่นปิดเครื่องยนต์ได้ ด้วยสำหรับรถที่เครื่องวางด้านหลัง ฝากระโปรงนั้นถูกยกขึ้นได้เพื่อการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เส้นรอยต่อของฝากระโปรงที่ปลายด้านหน้านั้นเรียกว่าเส้น ‘hood cowl line’

22520_2_preview

Hood shut lines ใช้เรยกเส้นรอยต่อที่วิ่งจากเสาหน้ารถมาจนถึงด้านหน้า รถส่วนใหญ่มีเส้น shut line ของฝากระโปรงอยู่ด้านบน แต่รถหลายๆรุ่นของ Land Rover และ Saab มีเอกลักษณ์ฝากระโปรงแบบ ‘clam shell’ หรือกระโปรงหน้าแบบฝาหอยซึ่งเส้น shutline วิ่งอยู่ด้านข้างตัวรถเหนือซุ้มล้อหน้าแทน

กฎหมายในยุโรประบุไว้ว่ารถทุกคันที่ขายในตลาดยุโรปต้องมีระยะ 81 mm ระหว่างพิ้นใต้ฝากระโปรงกับชิ้นส่วนที่ไม่ขยับของเครื่องยนต์และระบบกัน สะเทือนใต้ฝากระโปรง เพื่อความปลอดภัยในกรณีชนคนเดินถนน

ผู้ผลิตบางรายอย่างเช่น Jaguar มีวิธีหลบเลี่ยงกฎข้อนี้ด้วยระบบฝากระโปรงหน้าแบบยกตัวได้เมื่อเกิดการชน ( ‘pyrotechnic deployable’ hood ) ทำให้สามารถกดฝากระโปรงให้ต่ำได้ตามแบบฉบับรถสปอร์ต

ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ (UK English): Bonnet

car design glossary ฉบับภาษาไทย

A-B

C

D-E

F

G-H

I-M

O

P

R

S

7 thoughts on “car design glossary: G-H”

  1. สงสัยติดภาษาพูดไปหน่อย
    ลองแก้ให้แล้วนะครับ ขอบคุณที่แนะนำ

แสดงความคิดเห็น