ฟังไปบ่นไป

อีกหนึ่งเวบดองที่โดน bookmark ทิ้งไว้นานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสจัดระเบียบ feed ในเครื่องก็เลยได้เจอบทความนี้

รู้จักกับโมทนา สิทธิพิทักษ์

เห็นแค่นี้คงยังไม่มีอะไร บังเอิญไปเห็นความคิดเห็นด้านล่าง

“ประเด็นต่างๆ ที่คุณพี่วีร์เปิดประเด็นมา โดยเฉพาะประเด็นวิชาออกแบบรถยนต์ แม้กระทั่งตัวผม(ศิษเก่า)ที่เคยเรียนมา1เทอม ก็ไม่ทราบถึงความชัดเจนเช่นกันครับ แต่ไม่ใช่ไม่ดีนะ :) แค่ไม่ชัดเจนในด้าน objectiveของรายวิชานี้ในแง่วิชาชีพ

…แต่โดยรวม chapter นี้ทำให้ผมคิดถึงคณะเป็นอย่างยิ่ง อ.โม สบายดีนะครับ”

ทำไมหว่า มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบรถ ว่าแล้วก็ลองฟังบทสัมภาษณ์ (เป็นไฟล์เสียงนะครับ ใครเคยฟังพวก podcast คงเข้าใจ) บทสัมภาษณ์ยาวเอาการ ฟังแล้วค่อนข้างหงุดหงิดใจเล็กน้อยในหลายๆจุด

พิธีกรเหมือนจะรู้ว่าอาจารย์โมทนาเป็นอาจารย์ในสาขาเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่สายยานยนต์ แต่ยกเรื่องการออกแบบรถมาถามเยอะมาก เริ่มประเด็นมาก็เข้าเรื่องโอกาสในการทำงานออกแบบที่ฮอนด้าในไทย ซึ่งพิธีกรตั้งคำถามชี้นำ เรื่องเกี่ยวกับความด้อยโอกาสในการจะได้ทำงานออกแบบรถของนักเรียนไทย ผมไม่รู้จักคนสัมภาษณ์ แต่เรื่องนี้ในฐานะสื่อผมถือว่าไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูดมาก ถ้าเด็กซักคนมาฟังแล้วเชื่อ เด็กคนนั้นอาจจะไม่มาเรียนในสายที่ตัวเองรักเพราะไม่มั่นใจในความมั่นคงของอนาคตรึเปล่า? อาจารย์โมทนา เท่าที่ฟัง ก็พยายามคำถามตอบได้ดีที่สุดเท่าที่คนจากสายงานอื่นจะตอบได้แล้วล่ะครับ

เชื่อว่าถ้าเป็นคนในสายงานออกแบบรถจริงฟังแล้วน่าจะเซ็งในหลายๆคำถาม ซึ่งผมว่าบางเรื่องมันก็จริง แต่มันเหมือนคำถามจากคนที่ไม่เข้าใจงานออกแบบรถ ฟังแล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจริงจัง ผมว่าบทสัมภาษณ์นี้ ถ้าไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่ต้องคุยกันเรื่องรถและงานออกแบบรถก็ได้นะครับ เป็นบทสัมภาษณ์เรื่องงานประกวดเฟอร์นิเจอร์จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสายงานเฟอร์นิเจอร์ไปก็ได้

UPDATE: จากตอนเช้าถึงตอนเย็น กลับมาอ่านดู ผม ‘เอียง’ ไปทางรถจริงตามความคิดเห็นที่ทักท้วงไว้ด้านล่าง และอาจจะเอียงมากไปจนทำให้ใส่อารมณ์กับคำวิจารณ์ นั่นถูกแล้วครับ ยอมรับความไม่เป็นกลางของตัวเองและขอโทษถ้าทำให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านรู้สึกไม่ดี แต่คำพูดถูกพูดไปแล้ว คนสัมภาษณ์ออกมาขอโทษแล้วอย่างดี เชื่อว่าใครที่เข้ามาอ่านคงไม่มีใครเข้าใจใครผิดอีก ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ ขอบคุณมาก

สำหรับคุณวีร์ พิธีกร ไม่ต้องกลัวโดนด่าฟรีครับ ผมกำลังพยายามแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับโอกาสของสายงานออกแบบรถและเตรียม post ใน Thaicardesign เรื่องคราวนี้เป็นตัวกระตุ้นที่ดีมากครับ ขอบคุณอีกครั้ง

7 thoughts on “ฟังไปบ่นไป”

  1. ขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและการติติงครับ

    ผมขอยอมรับว่าตัวเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอในการคุยกับอาจารย์โมทนา ด้วยความที่ไม่ได้ทำการบ้านมามากพอ และหลุดประเด็นมากเกินไปครับ จะปรับปรุงในตอนต่อไปครับ

  2. ผมว่าคุไม่ต้องแสดงความคิดเห็นเอียงมากไปก็ดีนะ เป็นสื่อที่ไม่เป็นกลางเท่าไหร่(thaicardesignน่ะ)

  3. ยอมรับว่าทำอะไรตามอารมณ์ครับ กลับมาอ่านอีกทีก็รู้สึกเอียงอย่างที่บอกจริง จะแก้ post แบบ update ให้นะครับ ที่เหลือก็ให้มันตกลงไปหน้าอื่นตามเวลาแล้วกัน

  4. หากใจรักจริง ฝึกให้เก่ง งานถึง ก็มีงานครับ ไม่ต้องกลัว สายนี้คนยังขาดอีกเยอะ
    กลุ่มศักยภาพที่สายงานนี้ในประเทศต้องการนะ

    – สเกตช์สวยมาก ออกแบบเป็นภาษา สไตลิ่งโดนมาก ตอบโจทย์ การตลาดสะพือตัวรับ : เข้าแบรนด์เนม
    – อายุเกิน 31 ฝีมือยังดี : เข้าแบรนด์ย่อย ชุดแต่ง
    – ทำได้หมด เป็ดชัดๆ รู้แจ้งแทงตลอดสายพัฒนา : เข้าบ.สายรถอื่นๆ ที่มี R&D นักออกแบบมาเป็นจิ๊กซอตัวสุดท้าย จับพลัดจับผลูได้ทำงานสร้างชื่อ หรือโตในองค์กร
    – เป็น Product designer มากกว่า styling : รับงานแบรนด์รถเล็กเช่นพาหนะ โปรเจ็กต์บริษัทชิ้นส่วนใน TAPA, TAPAA

    อีกนิดนึงว่า งานรถยนต์ไม่ได้มีแค่ทำ styling sketch สวยอย่างเดียวนะ
    Clay/Digital modeler ที่เข้าใจ3D จาก 2D แล้วทำ Surface ได้ class A เลยเนี่ย เขาหากันพลิกแผ่นดิน เพราะหายากมาก
    หากไม่ยึดติดว่ารถคันนี้ต้องสเก็ตช์ตรูเท่านั้น(ซึ่งก็แทบเป็นไปไม่ได้หรอก)ก็ลองดูครับ สนุก เผลอๆทะเลาะกับช่างเรื่องเราจะเอาเคลย์แต่ช่างจะทำด้วยโป๊วแบบพี่วิก็ฮาดี

  5. กลัวอะไรหรอครับกับการเรียนทำรถครับ
    กลัวไม่มีงานทำ?
    กลัวทำไมครับ นี่มันtotal designทีเดียวนะครับมีทุกอย่างในรถให้คำนึงถึงและออกแบบ
    ถ้าผ่านสิ่งที่ยากๆต่างๆในรถแล้วจะกลัวอะไรอีกครับ อะไรก็ทำได้แล้วครับ
    ผมว่า สิ่งที่น่ากลัวคือไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก แค่สักครั้งในชีวิต
    สู้มุ่งมั่นฝึกฝน อย่างเอาจริงเอาจัง แล้วจะได้ดีเองครับ
    ยืนยันตามความเห็นที่5
    ยืนยันได้ครับมีงาน แต่เขาต้องการคนที่เขาม่นใจครับ

แสดงความคิดเห็น