Volkswagen L1 concept

L1 concept ถูกแสดงที่งาน Frankfurt Motorshow2009 มีพื้นฐานมากจากรถ 1-liter ปี 2002 L1 เป็นรถขนาดเล็ก 2 ที่นั่งเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริด และจากการที่เป็นรถน้ำหนักเบาและมี aerodynamics ที่ดีทำให้สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 80 กม./ลิตร L1 concept จะเข้าสู่สายพานการผลิตได้ในปี 2013

ที่งาน Frankfurt Motorshow 2009 Volkswagen ได้แสดง L1 concept รถพลังงานดีเซลไฮบริดโครงสร้างอลูมินัมและคาร์บอนไฟเบอร์หนักเพียง 380 กก. และอัตราสิ้นเปลืองพลังงานแค่ 80.3 กม./ลิตรในวงจรพลังงานรวม และปล่อยไอเสีย (CO2) แค่ 39 กรัม/กม.

L1 นั่งได้ 2 คนในแนวยาวโดยเข้าจากประตูขนาดใหญ่ (จะนับเป็นหลังคาด้วยก็ได้) ที่เปิดออกด้านข้าง การจัดวางแพกเกจแบบนี้ทำให้ L1 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) ต่ำเพียง 0.195

โครงสร้างความปลอดภัยที่ห่อหุ้มผู้โดยสารสร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์มีน้ำหนักแค่ 124 กก. ทุกๆ องค์ประกอบของ L1 ตั้งใจทำออกมาเพื่อเร่งประสิทธิภาพให้สูงสุด หัวใจของ L1 คือเครื่องยนต์ 2 สูบ 800 cc. คอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น TDI, ในโหมด ‘ECO’ เครื่องยนต์ให้กำลัง 27 แรงม้าที่ 4,000 รอบ, ในโหมด ‘sport’ แรงม้าจะเพิ่มเป็น 29 แรงม้าและแรงบิด 74 ปอนด์ฟุตที่ 1,900 รอบต่อนาที

ที่ความยาว 3,813 มม. L1 ยาวใกล้เคียงกับ Volkswagen Fox ความสูง 1,143 มม. นั้นเตี้ยพอๆ กับ Lamborghini Murcielago ความกว้าง 1,200 นั้นแคบกว่ารถทุกคันที่ขายในปัจจุบัน

ตามที่ VW กล่าว L1 concept นั้น ‘ใกล้จะพร้อมผลิต’ และอาจกลายเป็นจริงได้ในปี 2013

ภายใน

สภาพแวดล้อมในห้องคนขับนั้นดูคล้ายเครื่องบินมากกว่ารถ เบาะหน้าปรับได้แบบบางนั้นทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ในขณะที่เบาะหลังถูกยึดไว้กับโครงสร้างแบบ monocoque ผู้ขับจะมีทัศนวิสัยดีเยียมจากที่นั่งหลังชุดควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกับตัวถัง กระจกมองหลังถูกแทนที่ด้วยจอภาพ LED ในขณะที่ชุดคำสั่งควบคุมหลักๆของรถจะถูกรวมอยู่รอบๆ พวงมาลัย

จุดสำคัญทางเทคนิค

น้ำหนักรถเปล่าแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัวของ L1 concept ทำหน้าที่ร่วมกับอากาศพลศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม.ทำได้ใน 14.3 วินาทีก่อนจะขึ้นไปสู่ความเร็วสูงสุดที่ 99 ไมล์/ชม. (159.33 กม./ชม.) และแม้ว่าจะมีขนาดถังน้ำมันแค่ 10 ลิตรแต่ด้วยประสิทธิภาพของ L1 ทำให้ยังวิ่งได้ไกลถึง 416 ไมล์ (669.49 กม.) ต่อการจอดเติมพลังงานหนึ่งครั้ง

เครื่องยนต์ขนาด 800 cc. นั้นถูกลดทอนจากเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร TDI ที่ใช้อยู่ใน Golf BlueMotion (เปิดตัวที่งาน Frankfurt เหมือนกัน) เครื่องยนต์ทั้งสองนี้มีที่ว่างระหว่างสูบเท่ากัน ขนาดของสูบและช่วงชักเดียวกัน การไหลกลับสู่วงจรของไอเสียและตัวกรองอนุภาคสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลก็เหมือนกัน เพื่อให้มั่นใจว่าผ่านข้อบังคับไอเสียระดับยูโร 5 ในภาวะปกติ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 14 PS (13.8 แรงม้า) จะไม่ทำงาน แต่จะทำงานร่วมในกรณีที่ต้องการอัตราเร่งเป็นพิเศษ ช่วยให้ได้แรงบิดเพิ่มขึ้นมาอีก 40% นอกจากนี้มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำหน้าที่แทนเครื่องยนต์ได้ในกรณีที่เดินทางระยะสั้น

การพัฒนา

L1 concept ได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบ 1-litre car ที่เปิดตัวเมื่อปี 2002 เมื่อ Dr. Ferdinand Piëch ซึ่งต่อมาภายหลังได้เป็นประธานกรรมการบริหาร ขับรถคันนี้จาก Wolfburg ไปถึง Hamburg

ในตอนนั้นการทำให้งานพลาสติกคาร์บอนไฟเบอร์เข้าสู่กระบวนการผลิตนั้นยังไม่สามารถทำได้ แต่ด้วยระบบการผลิตสมัยใหม่ การผลิตโครงสร้างลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้นสามารถทำได้แล้ว

Dr. Ulrich Hackenberg สมาชิกบอร์ดบริหารของ VW ซึ่งรับผิดชอบงานพัฒนาผลิตภัณฑ์กล่าวว่า “เป็นความท้าทายอย่างมากที่จะควบคุมราคาของการผลิตโครงสร้าง โมโนค๊อก (monocoque) จากคาร์บอนไฟเบอร์”

ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์นั้นถูกยกให้เป็นความสำเร็จขั้นสูงของงานออกแบบไม่ว่าในทางเทคนิคหรือทางสายตา ในขณะที่สัดส่วนรูปทรงของรถคันนี้จะยิ่งทำให้มันมีเอกลักษณ์

“ในขณะที่ความยาวของ L1 ที่ 3,813 มม.นั้นใกล้เคียงกับ VW Fox และความสูงเพียง 1,143 มม. นั้นต่ำเกือบจะเท่า Lamboghini Murcielago ความกว้างของตัวรถที่ 1,200 มม. นั้นยังไม่มีรถผลิตจริงคันไหนในโลกเทียบได้”

“ในการพัฒนาต้นแบบทั้งสองรุ่นของ L1, Volkswagen เพียงแค่ตั้งคำถามง่ายๆ กับทุกอย่างที่จะทำให้รถเป็นรถ. จุดเริ่มสำคัญเริ่มต้นจากโครงสร้างตัวถัง คำถามสำคัญก็คือ: รถต้องถูกสร้างให้มีกน้าตาอย่างไรเพื่อให้บริโภคพลังงานน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้?”

“คำตอบง่ายๆ: อากาศพลศาสตร์ขั้นสูงสุดและน้ำหนักที่เบา แต่เป้าหมายดังกล่าวจะต้องไม่ลืมคำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วย ดังนั้นคำตอบสุดท้ายจึงได้เป็น รถสองที่นั่งตามแนวยาวที่มีตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์”

การวางผังที่นั่งลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่ออากาศพลศาสตร์ที่ดีเหมือนกับเครื่องร่อนที่วางเบาะนั่งแบบเรียงหน้า-หลังต่อกันตามยาว

“การเข้าไปนั่งในรถต้นแบบคันนี้ยังเหมือนกับเครื่องร่อนด้วยการเปิดหลังคาขึ้นไปด้านข้างซึ่งทางเข้าของ L1 รุ่นที่สองนี้ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก องค์ประกอบได้รับการออกแบบใหม่โครงสร้าง chassis อลูมินัมถูกพัฒนาขึ้นและเหนือสิ่งอื่นใดคือการนำเทคโนโลยีที่อย่าง CFRP (คาร์บอนไฟเบอร์) จากการแข่งขัน F1 และการผลิตอากาศยานมาใช้ในการผลิตรถยนต์”

ที่มา Volkswagen ผ่าน CarBodyDesign

ในตอนนั้นการ ทำให้งานพลาสติกคาร์บอนไฟเบอร์เข้าสู่กระบวนการผลิตนั้นยังไม่สามารถทำได้ แต่ด้วยระบบการผลิตสมัยใหม่ การผลิตโครงสร้างลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้นสามารถทำได้แล้ว

Dr. Ulrich Hackenberg สมาชิกบอร์ดบริหารของ VW ซึ่งรับผิดชอบงานพัฒนาผลิตภัณฑ์กล่าวว่า “เป็นความท้าทายอย่างมากที่จะควบคุมราคาของการผลิตโครงสร้าง โมโนค๊อก (monocoque) จากคาร์บอนไฟเบอร์”

แสดงความคิดเห็น