การพัฒนาการออกแบบ: Jaguar XJ

Jaguar XJ เป็นรุ่นรถซึ่งเป็นที่รักของผู้คนมาตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1968 โมเดลก่อนหน้า XJ ปัจจุบันคือ XJ Mk3 X350 นั้นอยู่ในตลาดมานานจนพ้นกำหนดเปลี่ยนรุ่นไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงดูดีด้วยรูปทรงที่ชวนให้นึกย้อนไปถึงโมเดลรถปี 1986, XJ40

แล้วการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงพร้อมกับ XJ รุ่นที่ 4 ซึ่งจะวางขายเดือนพฤษภาคมนี้ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Jaguar, Ian Callum เล่าให้ CarDesignNews ฟังว่าเขาและทีมงานสร้างข้อกำหนดและการออกแบบใหม่ให้กับรถคันใหม่นี้อย่างไรบ้างเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถที่ใหญ่เทอะทะและฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริหารยุคเก่าให้เป็นรถที่ทั้งทันสมัยและดูสปอร์ตขึ้นได้

การออกแบบภายนอก

ก่อนที่จะเริ่มโครงการ ทีมออกแบบใช้เวลาราวหกเดือนเพื่อหาว่ารถประเภทไหนกันที่จะมาเป็น XJ คันใหม่ หลังจากการพูดคุยกันในทีมเพื่อกำหนดสัดส่วนของรถแล้ว ทีมงานออกไปสำรวจความเห็นตาม forum และ clinic ต่างๆ (ต้นฉบับเขียนว่าคลินิคจริงๆ ผมเข้าใจว่าคงเป็นคลินิครถมั้ง ใครแปลได้ช่วยผมทีละกันครับ) เพื่อเช๊คกระแสตอบรับว่ารถทรง 3 กล่องมาตรฐานหรือรถแบบ coupe 4 ประตู (fastback) ดีที่ XJ ใหม่ควรจะเป็น คำตอบที่ได้จากชุมชนนั้นตรงกับใจของทีมออกแบบ; รูปทรงแบบ coupe ถูกเลือกให้เป็นอนาคตของ XJ

กระบวนการออกแบบเริ่มในช่วงกลางปี 2006 ด้วยงานสเกตช์จากปากกาของ Adam Hatton หัวหน้าทีมออกแบบภายนอก โดยมี Callum และ Julian Thompson คอยโยนไอเดียแทรกเข้าไปเป็นระยะ ภาพสเกตช์สุดท้ายถูกนำไปเสนอให้บอร์ดบริหารจัดการของ Jaguar ที่ดูจะยังไม่แน่ใจกับสัดส่วนที่ดูเกินจริงและแนวหลังคาที่ต่ำกับห้องกระจกที่ดูบางแบน

แต่สิ่งที่ Callum บอกเราก็คือ: “สิ่งที่ผมอยากจะให้รถคันนี้แสดงออกมาคือแนวกระจกที่บางและยืดยาวนี่ล่ะ และนี่เป็นโจทย์ของเราตั้งแต่แรกเลย คือการสร้างภาพของรถที่ยาวในทางสายตา เราต้องการขยายผลของการใช้เส้น DLO ออกไปให้มากที่สุด เราคิดเรื่องนี้กันตลอดตั้งแต่เริ่มจรดปากกาครั้งแรกเลย”

ภาพวาดที่ได้รับเลือกแล้วถูกนำมาเรนเดอร์อีกครั้งใน Photoshop, หลังจากนั้นงานออกแบบถูกส่งต่อไปยังชิ้นงาน 3 มิติ ผ่าน Alias และงานต้นแบบดิน clay อีก 3 คัน (ใช้เยอะน่าดู) ซึ่งต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียดอย่างเช่นเส้นหรือกราฟิกเท่านั้น เนื่องจากขนาดและสัดส่วนของรถถูกกำหนดไว้แล้ว

Callum บอกว่ารูปทรงแบบ coupe นั้นมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองดู profile ของรถ “feature line ของรถไหลออกมาจากเส้น waistline จากตำแหน่งเสา B ไปทางด้านหน้าและด้านหลังของรถ ที่เราพยายามจะทำคือทำให้เส้นเหล่านี้ดูยาวเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นเราจึงยืดเส้นทางด้านหลังไปจนสุดทางเท่าที่มันไปได้เพื่อเราจะได้ overhang หลังที่ยาวสวย ซึ่งไปกันได้ดีกับ overhang หน้าที่สั้น เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องทำให้มันไม่สมดุลเพื่อไม่ให้ตัวรถดูหยุดนิ่งเกินไป ด้านข้างของรถนั้นดูสะอาดมาก ความบริสุทธิ์สะอาดนี้สำคัญกับเรามาและผมจะบอกนักออกแบบของผมเสมอว่าถ้าผมเห็นเส้นที่ไม่ตวรจะต้องมีอยู่งานตรงไหนล่ะก็ เส้นนั้นจะต้องถูกเอาออกไป”

ด้านหน้าของรถนั้นดูค่อนข้างรุนแรง กระจังหน้าที่อ้างอิงมาจาก Mk1 ของ XJ นั้นแม้แต่ Callum ก็ยังยอมรับว่ามัน ‘ใหญ่’ โดย Callum บอกว่ามันใหญ่กว่าเขาคิดไปราว 10% แต่เขาคิดว่าในอีก 2-3 ปี ผู้คนจะเริ่มเข้าใจมุมมองนี้

ด้านหลังของรถเป็นจุดที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งกันมากที่สุดของรถ Callum พูดถึง stance หรือ ‘ท่าทาง’ ของรถไว้ว่า “สิ่งที่เราพยายามจะสร้างคือความรู้สึกถึง ‘น้ำตก’ (waterfall effect) การวางตัวของตัวถังรถกับฐานล้อนั้นเกี่ยวโยงกัน การที่มวลของรถค่อยๆ ถูกบีบเข้าไปด้านบนนั้นให้ความรู้สึกถึงพลังและทำให้เห็นถึงแนวไหล่ของรถ และเมื่อคุณมองรถคันนี้จากด้านหลัง คุณจะเห็นว่ารถมีท่าทีที่มั่นใจเนื่องจากทุกอย่างนั้นค่อยๆ แคบเข้าไปทางด้านบนนั่นเอง”

การออกแบบภายใน

Callum กล่าวว่างานออกแบบภายในเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากสำหรับทีมออกแบบทีเดียว เนื่องจากครั้งนี้งานออกแบบได้เข้าไปจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของ package รถใหม่มากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

ก่อนเริ่มงาน ทีมออกแบบภายใน นำโดย Mark Adams ไปเยี่ยมบ้านของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อ XJ พร้อมกล้องวิดีโอเพื่อหาว่ารสนิยมของพวกเขาเป็นอย่างไรและลูกค้ากำลังคิดอะไรอยู่ และพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีเงินพอจะซื้อ XJ ได้นั้นคุ้นเคยกับการมีทางเลือกมากๆ ทีมงานจึงต้องเหนื่อยกับการสรรหาวัสดุชั้นยอดมาใช้ในงานออกแบบภายในของ XJ ( มีงานปิดผิวไม้ถึง 9 ชนิดให้เลือกในการตกแต่งภายใน)

ทีมงานไม่อยากออกแบบตามแนวที่ Callum เรียกว่า “งานออกแบบแบบ iPod” ที่พบในงานออกแบบภายในของรถใหม่ๆ หลายคัน – งานออกแบบที่สะอาด มีความเป็น minimal ใช้งานง่ายและไม่เกินความเข้าใจใดๆ ทีมงานใช้งานวิจัยที่ทำมาเพื่อสร้าง tone ของงานออกแบบ และสิ่งที่งานวิจัยบอกมาก็คือ ผู้ใช้ชอบงานภายในที่แสดงความรู้สึกและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้

งานออกแบบภายในของ XJ ยังต้องมีความผ่อนคลายและปล่อยตัว Callum อ้างอิงไปถึงงานตกแต่งภายในของโรงแรมของ Ian Schrager ซึ่งมีความเป็น minimalist แต่ก็มีองค์ประกอบร่วมที่หรูหราอย่างแชนเดอเลียร์อยู่ด้วย ทีมงานยังรู้สึกด้วยว่าระดับของ ‘ความผ่อนคลาย’ ในงานออกแบบที่ใส่ลงไปใน XJ นั้นออกจะมากเกินไปหน่อย

‘sense of indulgence’ หรือ ‘สัมผัสสบาย’ ที่วางอยู่ใน XJ นั้นวางอยู่ใต้งานสถาปัตยกรรมภายในธรรมดา ทีมออกแบบเชื่อว่าเมื่อผู้ขับนั่งอยู่ในรถแล้ว ความรู้สึกที่มีควรจะเป็นความรู้สึกที่เป็นเจ้าของ ดังนั้นการจัดวางอุปกรณ์ควบคุมแบบสปอร์ตจึงเข้ามามีบทบาทในทั้งการจัดวางคอนโซล พนักแขนและพวงมาลัย ทุกการจัดวางออกแบบให้ส่งเสริมความรู้สึกของผู้ใช้มากกว่าที่จะข่มให้กลัว นั่นคือสาเกตุว่าทำไมทุกการควบคุมจะเป็นไปอย่างธรรมชาติและตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน

dashboard ทั้งอันถูกกดให้ต่ำลงมาจากความสูงเดิมในรุ่นเก่า 6 นิ้ว เพื่อสร้างความรู้สึกโปร่งให้ผู้โดยสารและสร้างแนวเส้นโอบล้อมจากประตูเข้าไปด้านหน้า ให้ความรู้สึกแบบเรือยอชท์ของ Riva เกียร์แบบปุ่มหมุนของ Jaguar (ใช้ครั้งแรกใน XF) และเบรคมือไฟฟ้าก็ช่วยให้นักออกแบบมีพื้นที่ให้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ บนคอนโซลกลางได้และยังสามารถดึงคอนโซลให้เข้ามาใกล้ผู้ขับได้มากขึ้น สร้างความรู้สึกของการดูแลอย่างที่ผู้ใช้ Jaguar ชอบ

งานสถาปัตยกรรมภายในที่แข็งแรงนี้ยังช่วยให้ทีมออกแบบสร้างสรรค์งานแสงสว่างที่จับตาต้องใจ ช่องแอร์กลมพร้อมไฟรอบๆ นั้นเป็นสิ่งที่ Callum บอกว่าเป็นตัวบ่งบอกถึง XJ ใหม่เลยทีเดียว แต่ช่องแอร์แบบวงกลมนี้ไม่ใช่งานออกแบบแรก มันถูกนำมาใช้แทนที่ช่องแอร์แบบสี่เหลี่ยมซึ่งถูกลงความเห็นว่า ‘สปอร์ตไม่พอสำหรับภาพรวม’

ถ้าเพียงคุณแค่ลองมองไปที่ XJ ใหม่ แล้วดูว่ามันเปลี่ยนไปมากแค่ไหนในช่วงระยะแค่ 1 รุ่นรถ จะเห็นได้ว่า Callum และลูกทีมประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัยในฐานะทีได้ขับเคลื่อนงานออกแบบของแบรนด์ไปข้างหน้าได้อย่างดีเยี่ยม XJ ใหม่มีความหรูหราและห้องโดยสารที่ผู้ซื้อ XJ คาดหวังจะได้พบ ในขณะทีี่ก้าวไปข้างหน้าด้วยการเป็น sport sedan ที่สามารถแข่งขันได้กับ Mercedes S-Class, BMW 7 Series และ Audi A8 และยังอาจดึงดูดใจผู้ซื้อ Maserati Quattroporte หรือแม้แต่ Bentley Continental GT Flying Spur ได้ด้วยในรุ่น V8 supersport นั่นนับเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

ต้นฉบับที่ CarDesignNews

อัลบั้มภาพ Jaguar XJ ที่ NetCarShow

อัลบั้มภาพ: Jaguar XJ design development

2 thoughts on “การพัฒนาการออกแบบ: Jaguar XJ”

แสดงความคิดเห็น