Thaicardesign

for the next generation car designers

Archive for the ‘การศึกษา’ Category

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรเพื่อเวบมากนัก ปีที่สองของ Thaicardesign เดินไปอย่างไม่รีบร้อน เนื้อหาของปีนี้จนถึงปลายปีก็น่าจะยังเป็นการตามหาผลงานออกแบบรถของคนไทยมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นต่อไปอยู่เรื่อยๆ ครับ

แต่แม้ว่ากิจกรรมในเวบจะน้อย แต่กิจกรรมนอกเวบของ Thaicardesign กลับเดินหน้าไปได้ดี โดยคอร์สสอนสเกตช์ที่กระแสตอบรับดีเกินคาดหวังของ Thaicardesign และ Designbarschool นั้นกำลังจะได้เปิดรอบที่ 3 แล้ว ! และในครั้งนี้เราตั้งใจว่าจะปรับปรุงงานของเราให้ดีขึ้นในทุกด้าน ช่วงที่ผ่านมามีคนสอบถามเกี่ยวกับคอร์สเข้ามาอยู่เป็นระยะๆ ผมถือโอกาสชี้แจงในครั้งนี้เลยครับ

Designbar/Thaicardesign.course

(คือชื่อเต็มของคอร์สครับ ยาวมาก ใครหาชื่อเล่นให้ทีครับ เอา D/T sketch course หรือ DeThaCo ไรก็ได้) ครั้งต่อไป จะเปิดวันที่ 3 ตุลาคมครับ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากหน้าเวบของ Designbar แต่ผมจะแจ้งคร่าวๆ ไว้ให้ด้วยว่า

  1. คอร์สของ Designbar/Thaicardesign เป็นคอร์สฝึกทักษะการ ‘สเกตช์’ ภาพรถให้ได้อย่างมืออาชีพ ไม่ได้ลงลึกถึงเนื้อหาการออกแบบนะครับ ในการเรียนการสอนแม้เราจะพูดถึงเรื่องการออกแบบอยู่ตลอด แต่จุดประสงค์หลักของคอร์สคือเน้นการฝึกพื้นฐานงานสเกตช์ สำหรับคอร์สสอนออกแบบ เรายังไม่หยุดมองหาความเป็นไปได้ครับ
  2. เรียนสัปดาห์ละครั้ง วันอาทิตย์ เวลา 9 โมงถึงเที่ยง จำนวน 12 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมงรวมเวลาเรียน 36 ชั่วโมง
  3. ราคา 4,500 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป และ 3,600 บาทสำหรับนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา ค่าสมัครและจอง 500 บาทจะถูกคืนให้ในกรณีที่ถึงวันแล้วเปิดคอร์สไม่ได้ครับ สำหรับโปรโมชั่นพิเศษดูได้ที่ Designbar ครับ
  4. คอร์สเปิดได้เมื่อมีนักเรียนเกิน 5 คน ถ้าถึงวันที่กำหนดแล้วยังไม่มีนักเรียนพอเปิดเราจะคืนเงินให้คนที่ลงชื่อจองไว้ก่อนเต็มจำนวน
  5. รับนักเรียนไม่เกิน 10 คนเพื่อสะดวกในการดูแลเนื้อหาและการเรียนการสอนนะครับ


ดู designbar school ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

สถานที่เรียน

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับครั้งที่ 3 นี้คือ ‘การย้ายที่เรียน’ ครับ เราได้ทำเลใหม่ของห้องเรียนที่ซอยสุขุมวิท 31  (ซอยสวัสดี) สามารถดูแผนที่ได้ที่หน้าเวบของ Designbar เช่นกันหรือจะใช้บริการของ Google ก็ได้ ที่นี่ ครับ  (ว่างๆ จะไปถ่ายรูปที่เรียนใหม่มาลงให้ดูกันอีกครั้งครับ ^^)

การสมัคร

การลงชื่อสมัครเป็นอีกเรื่องที่มีความเปลี่ยนแปลง แต่เดิมผมจะพยายามบอกทุกคนที่โทรมาถามว่าให้ไปลงชื่อด้วยตัวเองที่โรงเรียน EF บางกะปิ ซอยลาดพร้าว 101/3 (วิสุทธานี) แต่เนื่องจากเรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงสถานที่ การลงชื่อจองในครั้งนี้เราเลยจะให้ทำออนไลน์กันครับ

  1. ใครที่สนใจสมัคร สามารถเมลติดต่อมาที่ Ku (at) Thaicardesign.com โดยแจ้งความต้องการสมัครง่ายๆ พร้อมรายละเอียด ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เบอร์โทรติดต่อ/e-mail address และคอร์สที่สนใจ (ในที่นี้คือ Designbar/Thaicardesign.course นะครับ)
  2. ผมจะยืนยันด้วยการตอบเมลกลับไปว่าได้ลงชื่อแล้ว และจะส่งรายละเอียดบัญชีโอนเงินเพื่อให้ผู้สมัครโอนเงินและส่งหลักฐานการโอนเงินกลับมาครับ
  3. หลักฐานแสดงรายละเอียดการโอน จริงๆ โอนออนไลน์แบบมีเศษทศนิยมแล้วแจ้งตัวเลขแบบมีเศษทศนิยมก็ได้ครับ แต่จะให้ดีแนะนำว่าโอนด้วย ATM เพื่อรับสลิปแล้วค่อยส่งสำเนาของสลิป ATM มาจะดีที่สุด
  4. ผมจะส่งเมลไปยืนยันการสมัครให้อีกครั้งหลังจากได้รับเงินครับ
  5. การจองจะเสร็จสมบูรณ์หลังการยืนยันการโอนเงินครับ เว้นแต่มีกรณีที่นักเรียนสะดวกจ่ายด้วยตัวเองหรือทางอื่นภายหลัง ก็ขอให้บอกกันก่อนนะครับ ^^

ติดต่อสอบถาม

การติดต่อสอบถาม ติดต่อผมทางเมล Ku (at) Thaicardesign.com หรือที่เบอร์ (0)84-018-1682 หลังเวลา 17.00 จะสะดวกที่สุดนะครับ

Popularity: 17% [?]

car design glossary: Swage line

Posted by admin On July - 2 - 2010

swage line โครเมียม บนรถ Le Sabre concept ของ Harley Earl ปี 1951

Swage line

Swaging เป็นชื่อเทคนิคขึ้นรูปเย็นของโลหะ โดยโลหะจะถูกขึ้นรูปกับร่องของเครื่องมือที่เรียกว่า swage ในช่วงแรกๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอบของแผงตัวถังหนึ่งๆ จะถูกขึ้นรูปด้วยการ Swaging เพื่อให้สามารถทับกับแผงตัวถังต่อไปและสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันขึ้นมา ได้ ส่วนใหญ่ swage line จะวิ่งยาวตลอดเส้น beltline / waistline

ในตอนที่เทคนิคการผลิตสามารถสร้างแผงประตูแบบชิ้นเดียวขึ้นได้ swage line ก็เป็นที่นิยมไปแล้ว การทำสีรถแบบทูโทนและการตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยขอบโครเมียมที่ใช้ปิดบังเส้น swage line ที่วิ่งตาม waistline (เรียกว่า ‘waist molding’) ได้ค่อยๆ กลายมาเป็น feature line ของรถไปโดยปริยาย

ทุกวันนี้คำศัพท์นี้ถูกใช้โดยมีเทคนิคเชิงวิศวกรรมอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เรียกพื้นผิวที่หยักและวิ่งต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้น crease และ feature line

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Shutline

Posted by admin On July - 1 - 2010

Shutline

shut line หรือ ‘cut line’ คือระยะห่างที่ต้องเว้นไว้ระหว่างแผงตัวถัง 2 ชิ้นที่อยู่ติดกันหรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน ซึ่งในบางจุดก็อาจจะเปิดได้ด้วย เส้น shutline มีทั้ง shut ของฝากระโปรง (hood shuts) และ shut ของประตู (door shuts) ความแน่นหนาของแนวเส้นจะบ่งบอกถึงคุณภาพงานประกอบและผลิตได้อย่างดี ความต่อเนื่องของพื้นผิว เส้น feature line และการจัดเรียงของแผงตัวถังก็มีจุดเริ่มจาก shutline นี้

นักออกแบบรถนั้นใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อสร้าง shutline ให้ส่งเสริมงานออกแบบรูปทรงและสะท้อนบุคลิกของของรถ ซึ่งสอดคล้องกับ surface language ของงานออกแบบนั่นเอง

Volkswagen Golf Mk.V 5 ประตูนั้นมีเส้น shutline ที่ต่อเนื่องสวยงามที่สุด ในขณะที่ของ BMW 7-series ตัวก่อนหน้านี้นั้น ‘คดเคี้ยว’ ที่สุด

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Surface language

Posted by admin On June - 30 - 2010

Surface language

ภาษาทางรูปทรงขั้นพื้นฐานที่นิยามการออกแบบของรถ

คำว่า Extreme ในภาษาของ surface language อาจหมายความได้ถึงคำต่างๆ เช่น นุ่มนวล, เป็นธรรมชาติและลื่นไหล หรืออาจหมายความถึง extreme แบบขอบคม รูปทรงเหลี่ยมตันและมีลักษณะเป็นกล่องชัดเจนก็ได้ นอกจากนี้ยังอาจกล่าวเป็นนัยๆ ถึงพื้นผิวที่ซับซ้อนกว่านั้นเช่น เรียบง่าย ธรรมดา วุ่นวาย ยุ่งเหยิง

Surface Language ยังอธิบายไปถึงธรรมชาติของพื้นผิวตัวถังที่แตกต่างกันว่าจะบรรจบกันอย่างไร และงานออกแบบรายละเอียดอย่างเช่นกระจังหน้า ไฟส่องสว่างและกราฟิกบนตัวรถเป็นอย่างไรด้วย โดยคำที่ใช้อธิบายมักจะอยู่ในรูปคุณศัพท์ เช่น formal (อนุรักษ์นิยม), sporty(สปอร์ต), casual(สบายๆ), hard-edged(เป็นเหลี่ยมสัน) และอื่นๆ

พูดแบบไทยๆ หน่อย คงเรียก ‘ภาษาผิว’ มั้งครับ (นึกถึงโฆษณาเครื่องสำอางค์ยังไงไม่รู้)

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Shoulder, Shoulderline

Posted by admin On June - 29 - 2010

แนวไหล่ที่ทั้งกว้างแต่โค้งมนอย่างนุ่ม นวลของ Volvo นั้นเป็นเอกลักษณ์ของค่ายไปแล้ว

Shoulder, Shoulderline

เส้น shoulderline หรือ ‘เส้นบ่า’ ของรถนั้นโดยปกติวิ่งอยู่บริเวณด้านบนของตัวถัง ที่ซึ่งพื้นผิวที่ตั้งตรงขึ้นมาจากข้างตัวรถจะพับเข้าไปหาแนวกระจก และแนวสันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิกของรถได้ชัดเจน

พื้นที่ระหว่างเส้น shoulderline และเส้น beltline ใต้กระจกข้างของรถรวมๆ เรียกว่า shoulder น่าตลกตรงที่ ‘ไหล่’ ที่เรากำลังพูดถึงนี้อยู่ใต้เส้น beltline (เข็มขัด) haunch หรือสะโพกของรถเองก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่เลยไปด้านหลัง ระวังการใช้งานสับสนครับ

เส้นแนวไหล่อันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ Volvo นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำบุคลิกของ Volvo ไปแล้ว โดยแนวไหล่ของรถจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย ซึ่งเป็นภาพและภาษาของ Volvo มาช้านาน

ดู Beltline เพิ่มเติม

Popularity: 25% [?]

car design glossary: Screen angle

Posted by admin On June - 28 - 2010

63075_2_preview

Screen angle

นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่ง กลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู ‘ดูรวดเร็ว’ และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า

ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้าน กฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใส กลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว

พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้าน ข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้

Popularity: 14% [?]

Designbar/Thaicardesign.course 2/12

Posted by admin On June - 20 - 2010

มีทำแพกเกจมาด้วย !

แล้ววันปิดคอร์สก็มาถึง ครั้งนี้เรียกได้ว่านักเรียนพกใจกันมาเต็มร้อยทุกคน ต่างคนต่างทำงานกันมาในช่วงระหว่างสัปดาห์เพื่อจะได้ใช้เวลาคาบสุดท้ายนี้นำเสนอผลงาน ! มีการติดต่อปรึกษาและทำงานเป็นทีมอย่างดีเยี่ยม เห็นแล้วแอบภูมิใจและเสียดายแทนนักเรียนที่เหลือที่ไม่ได้มาขึ้นมาจับใจ

ภาพบรรยากาศดูต่อได้ด้านในครับ…

Read the rest of this entry »

Popularity: 21% [?]