Thaicardesign

for the next generation car designers

Archive for the ‘ความรู้’ Category

car design glossary: Swage line

Posted by admin On July - 2 - 2010

swage line โครเมียม บนรถ Le Sabre concept ของ Harley Earl ปี 1951

Swage line

Swaging เป็นชื่อเทคนิคขึ้นรูปเย็นของโลหะ โดยโลหะจะถูกขึ้นรูปกับร่องของเครื่องมือที่เรียกว่า swage ในช่วงแรกๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอบของแผงตัวถังหนึ่งๆ จะถูกขึ้นรูปด้วยการ Swaging เพื่อให้สามารถทับกับแผงตัวถังต่อไปและสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันขึ้นมา ได้ ส่วนใหญ่ swage line จะวิ่งยาวตลอดเส้น beltline / waistline

ในตอนที่เทคนิคการผลิตสามารถสร้างแผงประตูแบบชิ้นเดียวขึ้นได้ swage line ก็เป็นที่นิยมไปแล้ว การทำสีรถแบบทูโทนและการตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยขอบโครเมียมที่ใช้ปิดบังเส้น swage line ที่วิ่งตาม waistline (เรียกว่า ‘waist molding’) ได้ค่อยๆ กลายมาเป็น feature line ของรถไปโดยปริยาย

ทุกวันนี้คำศัพท์นี้ถูกใช้โดยมีเทคนิคเชิงวิศวกรรมอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เรียกพื้นผิวที่หยักและวิ่งต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้น crease และ feature line

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Shutline

Posted by admin On July - 1 - 2010

Shutline

shut line หรือ ‘cut line’ คือระยะห่างที่ต้องเว้นไว้ระหว่างแผงตัวถัง 2 ชิ้นที่อยู่ติดกันหรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน ซึ่งในบางจุดก็อาจจะเปิดได้ด้วย เส้น shutline มีทั้ง shut ของฝากระโปรง (hood shuts) และ shut ของประตู (door shuts) ความแน่นหนาของแนวเส้นจะบ่งบอกถึงคุณภาพงานประกอบและผลิตได้อย่างดี ความต่อเนื่องของพื้นผิว เส้น feature line และการจัดเรียงของแผงตัวถังก็มีจุดเริ่มจาก shutline นี้

นักออกแบบรถนั้นใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อสร้าง shutline ให้ส่งเสริมงานออกแบบรูปทรงและสะท้อนบุคลิกของของรถ ซึ่งสอดคล้องกับ surface language ของงานออกแบบนั่นเอง

Volkswagen Golf Mk.V 5 ประตูนั้นมีเส้น shutline ที่ต่อเนื่องสวยงามที่สุด ในขณะที่ของ BMW 7-series ตัวก่อนหน้านี้นั้น ‘คดเคี้ยว’ ที่สุด

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Surface language

Posted by admin On June - 30 - 2010

Surface language

ภาษาทางรูปทรงขั้นพื้นฐานที่นิยามการออกแบบของรถ

คำว่า Extreme ในภาษาของ surface language อาจหมายความได้ถึงคำต่างๆ เช่น นุ่มนวล, เป็นธรรมชาติและลื่นไหล หรืออาจหมายความถึง extreme แบบขอบคม รูปทรงเหลี่ยมตันและมีลักษณะเป็นกล่องชัดเจนก็ได้ นอกจากนี้ยังอาจกล่าวเป็นนัยๆ ถึงพื้นผิวที่ซับซ้อนกว่านั้นเช่น เรียบง่าย ธรรมดา วุ่นวาย ยุ่งเหยิง

Surface Language ยังอธิบายไปถึงธรรมชาติของพื้นผิวตัวถังที่แตกต่างกันว่าจะบรรจบกันอย่างไร และงานออกแบบรายละเอียดอย่างเช่นกระจังหน้า ไฟส่องสว่างและกราฟิกบนตัวรถเป็นอย่างไรด้วย โดยคำที่ใช้อธิบายมักจะอยู่ในรูปคุณศัพท์ เช่น formal (อนุรักษ์นิยม), sporty(สปอร์ต), casual(สบายๆ), hard-edged(เป็นเหลี่ยมสัน) และอื่นๆ

พูดแบบไทยๆ หน่อย คงเรียก ‘ภาษาผิว’ มั้งครับ (นึกถึงโฆษณาเครื่องสำอางค์ยังไงไม่รู้)

Popularity: 24% [?]

car design glossary: Shoulder, Shoulderline

Posted by admin On June - 29 - 2010

แนวไหล่ที่ทั้งกว้างแต่โค้งมนอย่างนุ่ม นวลของ Volvo นั้นเป็นเอกลักษณ์ของค่ายไปแล้ว

Shoulder, Shoulderline

เส้น shoulderline หรือ ‘เส้นบ่า’ ของรถนั้นโดยปกติวิ่งอยู่บริเวณด้านบนของตัวถัง ที่ซึ่งพื้นผิวที่ตั้งตรงขึ้นมาจากข้างตัวรถจะพับเข้าไปหาแนวกระจก และแนวสันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิกของรถได้ชัดเจน

พื้นที่ระหว่างเส้น shoulderline และเส้น beltline ใต้กระจกข้างของรถรวมๆ เรียกว่า shoulder น่าตลกตรงที่ ‘ไหล่’ ที่เรากำลังพูดถึงนี้อยู่ใต้เส้น beltline (เข็มขัด) haunch หรือสะโพกของรถเองก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่เลยไปด้านหลัง ระวังการใช้งานสับสนครับ

เส้นแนวไหล่อันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ Volvo นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำบุคลิกของ Volvo ไปแล้ว โดยแนวไหล่ของรถจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย ซึ่งเป็นภาพและภาษาของ Volvo มาช้านาน

ดู Beltline เพิ่มเติม

Popularity: 25% [?]

car design glossary: Screen angle

Posted by admin On June - 28 - 2010

63075_2_preview

Screen angle

นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่ง กลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู ‘ดูรวดเร็ว’ และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า

ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้าน กฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใส กลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว

พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้าน ข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้

Popularity: 14% [?]

car design glossary: R

Posted by admin On November - 1 - 2009

R:

63075_2_preview

Rake / screen angle

นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่งกลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู ‘ดูรวดเร็ว’ และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า

ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้านกฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใสกลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว

พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้านข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้

Read the rest of this entry »

Popularity: 33% [?]

car design glossary: P

Posted by admin On September - 15 - 2009

P:

20787_2_preview

Package

การจัดวางพื้นฐานของงานออกแบบรถ ผู้โดยสาร ตำแหน่งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังและห้องสัมภาระ อาจถูกกำหนดด้วยงานเขียนแบบหรือสเปคของสิ่งต่างๆ หรือที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือถูกกำหนดและเขียนขึ้นโดยโปรแกรม CAD 3 มิติ

Read the rest of this entry »

Popularity: 28% [?]