<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thaicardesign &#187; ความรู้</title>
	<atom:link href="http://www.thaicardesign.com/category/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaicardesign.com</link>
	<description>for the next generation car designers</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:03:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>car design glossary: Styling (ตอนที่ 3)</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-s/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-s/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 May 2011 08:34:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=2214</guid>
		<description><![CDATA[รถระดับ icon อย่าง MINI ไม่ได้ตามกระแส ต่างกับ Chrysler PT Cruiser ดูตอนที่ 1) ต้องเข้าสู่ &#8216;ช่วงเวลาสุดท้าย&#8217; อย่างรวดเร็ว นอกจากความหมายปกติของ styling แล้ว &#8216;Styling&#8217; ยังเป็นตัวย่อที่หมายความถึง &#8216;Styling Studio&#8217; (สตูดิโอออกแบบ) ตัวอย่าง: ที่ Jaguar นั้น ชื่อตำแหน่งของ Ian Callum หัวหน้าฝ่ายออกแบบจะถูกละคำว่า studio หรือ division ไว้ในฐานที่เข้าใจกัน เหลือแต่ชื่อตำแหน่งที่กระชับขึ้นว่า Director of Design เท่านั้น คำว่า styling ยังเป็นคำที่ใช้ในการแยกแผนก design เรื่องความงามออกจากแผนก design อื่นๆ เช่น chassis design หรือ engine design ได้ง่ายอีกด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2476" title="mini1959" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/mini1959.jpg" alt="" width="350" height="231" />รถระดับ icon อย่าง MINI ไม่ได้ตามกระแส ต่างกับ Chrysler PT Cruiser <a href="http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-styling-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/" target="_blank">ดูตอนที่ 1</a>) ต้องเข้าสู่ &#8216;ช่วงเวลาสุดท้าย&#8217; อย่างรวดเร็ว</p>
<p>นอกจากความหมายปกติของ styling แล้ว &#8216;Styling&#8217; ยังเป็นตัวย่อที่หมายความถึง &#8216;Styling Studio&#8217; (สตูดิโอออกแบบ) ตัวอย่าง: ที่ Jaguar นั้น ชื่อตำแหน่งของ Ian Callum หัวหน้าฝ่ายออกแบบจะถูกละคำว่า studio หรือ division ไว้ในฐานที่เข้าใจกัน เหลือแต่ชื่อตำแหน่งที่กระชับขึ้นว่า Director of <em>Design </em>เท่านั้น</p>
<p>คำว่า styling ยังเป็นคำที่ใช้ในการแยกแผนก design เรื่องความงามออกจากแผนก design อื่นๆ เช่น chassis design หรือ engine design ได้ง่ายอีกด้วย</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=2214&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-s/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Spline</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-spline/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-spline/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 May 2011 14:34:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3621</guid>
		<description><![CDATA[นักออกแบบกำลังใช้ spline ทำงานโมเดลของ Renault Megane Spline เป็นอีกคำที่มีรากศัพท์จากอู่ต่อเรือ spline ใช้เรียกไม้แผ่นยาว หรือเหล็กสปริง หรือแผ่นพลาสติกที่ให้ตัวได้ สำหรับการขีดเส้นหรือแต่งผิวโมเดล ด้วยหารจับยึดปลายสองข้างของ spline กดด้วยน้ำหนัก คุณสมบัติสปริงตัวกลับตามธรรมชาติของวัสดุจะสร้างเส้นโค้งธรรมชาติเพื่อลด แรงกดต่อตัวมันเองลงเท่าที่จะทำได้ spline อาจมีภาพตัด (section) แบบคงที่ (constant) ตลอดความยาว หรืออาจเรียวปลาย  (tapered) เพื่อให้เกิดเส้นโค้งที่ลู่ไปทางด้านที่เล็กกว่า spline แบบนี้กลายเป็น French curve ต่อมา ในยุคก่อนยุคคอมพิวเตอร์ spline ขนาดยาวถูกใช้ในฐานะโต๊ะเขียนแบบขนาดเท่าจริงของวิศวกรตัวถัง ในยุค 40s นักคณิตศาสตร์ที่ศึกษารูป spline ได้คิดค้นสูตรที่รู้จักกันในชื่อ spline function (ฟังก์ชันกระดูกงู) ซึ่งส่งผลให้เราได้เห็นคำว่า spline อยู่ในโปรแกรมขึ้นรูปสามมิติในเวลาต่อมา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="m-063" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/m-063-575x408.jpg" alt="" width="575" height="408" /><em>นักออกแบบกำลังใช้ spline ทำงานโมเดลของ Renault Megane</em></p>
<p><strong>Spline</strong> เป็นอีกคำที่มีรากศัพท์จากอู่ต่อเรือ spline  ใช้เรียกไม้แผ่นยาว หรือเหล็กสปริง หรือแผ่นพลาสติกที่ให้ตัวได้  สำหรับการขีดเส้นหรือแต่งผิวโมเดล ด้วยหารจับยึดปลายสองข้างของ spline  กดด้วยน้ำหนัก  คุณสมบัติสปริงตัวกลับตามธรรมชาติของวัสดุจะสร้างเส้นโค้งธรรมชาติเพื่อลด แรงกดต่อตัวมันเองลงเท่าที่จะทำได้ spline อาจมีภาพตัด (section) แบบคงที่  (constant) ตลอดความยาว หรืออาจเรียวปลาย  (tapered)  เพื่อให้เกิดเส้นโค้งที่ลู่ไปทางด้านที่เล็กกว่า spline แบบนี้กลายเป็น<a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-f/#curves" target="_blank"> French curve</a> ต่อมา</p>
<p>ในยุคก่อนยุคคอมพิวเตอร์ spline  ขนาดยาวถูกใช้ในฐานะโต๊ะเขียนแบบขนาดเท่าจริงของวิศวกรตัวถัง ในยุค 40s  นักคณิตศาสตร์ที่ศึกษารูป spline ได้คิดค้นสูตรที่รู้จักกันในชื่อ <a href="http://dict.longdo.com/search/spline%20function" target="_blank">spline  function</a> (ฟังก์ชันกระดูกงู) ซึ่งส่งผลให้เราได้เห็นคำว่า spline  อยู่ในโปรแกรมขึ้นรูปสามมิติในเวลาต่อมา</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3621&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2011/05/car-design-glossary-spline/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Sketch</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2011/01/car-design-glossary-sketch/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2011/01/car-design-glossary-sketch/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Jan 2011 17:50:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3477</guid>
		<description><![CDATA[งานสเกตช์นั้นใช้ปากกาลูกลื่น (Biro) หรือดินสอ (Prismacolor) เป็นส่วนใหญ่ Sketch (ดู concept sketch, rendering, package drawing, tape drawing, underlay ประกอบ) การวาดยังคงได้รับการเคารพในฐานะภาษาของนักออกแบบ และเป็นสิ่งแสดงออกที่ทำให้มองเห็นได้ถึงแนวความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ (ที่ยังไม่ใช่งานขั้นสุดท้าย) สเกตช์ถูกใช้เพื่อการพัฒนาและสร้างภาพให้เห็นได้เข้าใจ โดยงานสเกตช์ขั้นพื้นฐานนั้นรวดเร็วและใช้เพื่อค้นหาไอเดีย งานที่ออกมาจะไม่ชัดเจน แต่อาจจะชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างได้เท่านั้นมากกว่า นักออกแบบจะใช้งานส่วนนี้เพื่อจับอารมณ์และวิญญานของงาน ส่วนเส้นที่มีคุณภาพกว่า มีรายละเอียดและชัดเจนเป็นรูปร่างนั้นจะค่อยๆ ปรากฎขึ้นในขณะที่งานออกแบบได้รับการพัฒนา (ด้วย development sketch หรือสเกตช์เพื่อการพัฒนา) จนไปสู่ผลงาน rendering ขั้นสุดท้าย โดยความหมายแล้วสเกตช์คือผลงานที่ยังไม่เสร็จ แต่นักออกแบบส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะใช้งานสเกตช์ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าและอารมณ์ที่ชวนให้สติล่องลอยตามได้ง่ายกว่า (ผมไม่ได้พูดถึงยาเสพติดนะครับ &#8211; -) บางคนอาจบอกว่าสเกตช์คือการคิดในตัวเอง ในขณะที่บางคนบอกว่าการคิดและการสเกตช์นั้นเกิดขึ้น &#8216;พร้อมกัน&#8217; และบางคนก็อาจบอกว่าความคิดนั้นดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติและส่งผ่านออกมาทางมือ สู่กระดาษ เพื่อการประเมินทางสายตา โดยมากแล้วสเกตช์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนอื่น และงาน development sketch ที่พร้อมไปด้วย center line, section และเส้นสร้าง perspective นั้นคงแทบไม่มีใครเคยเห็น เพราะงานสเกตช์พัฒนาแบบนั้นถ้าไม่สามารถทำให้แบบพัฒนาไปข้างหน้าได้ สเกตช์เหล่านั้นก็จะถูกพิจารณาว่า &#8216;สมควรทิ้ง&#8217; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="manual-sketch" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/manual-sketch-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" />งานสเกตช์นั้นใช้ปากกาลูกลื่น (Biro) หรือดินสอ (Prismacolor) เป็นส่วนใหญ่</p>
<p>Sketch (ดู <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-c/#concept_sketch">concept sketch</a>, <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/11/car-design-glossary-r/#rendering">rendering</a>, <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/09/car-design-glossary-p/#package_drawing">package drawing</a>, tape drawing, underlay ประกอบ) การวาดยังคงได้รับการเคารพในฐานะภาษาของนักออกแบบ และเป็นสิ่งแสดงออกที่ทำให้มองเห็นได้ถึงแนวความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ (ที่ยังไม่ใช่งานขั้นสุดท้าย) สเกตช์ถูกใช้เพื่อการพัฒนาและสร้างภาพให้เห็นได้เข้าใจ โดยงานสเกตช์ขั้นพื้นฐานนั้นรวดเร็วและใช้เพื่อค้นหาไอเดีย งานที่ออกมาจะไม่ชัดเจน แต่อาจจะชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างได้เท่านั้นมากกว่า นักออกแบบจะใช้งานส่วนนี้เพื่อจับอารมณ์และวิญญานของงาน ส่วนเส้นที่มีคุณภาพกว่า มีรายละเอียดและชัดเจนเป็นรูปร่างนั้นจะค่อยๆ ปรากฎขึ้นในขณะที่งานออกแบบได้รับการพัฒนา (ด้วย development sketch หรือสเกตช์เพื่อการพัฒนา) จนไปสู่ผลงาน <a href="../2009/11/car-design-glossary-r/#rendering">rendering</a> ขั้นสุดท้าย โดยความหมายแล้วสเกตช์คือผลงานที่ยังไม่เสร็จ แต่นักออกแบบส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะใช้งานสเกตช์ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าและอารมณ์ที่ชวนให้สติล่องลอยตามได้ง่ายกว่า (ผมไม่ได้พูดถึงยาเสพติดนะครับ &#8211; -)</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-3477"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="2-challenger-mopar53" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/2-challenger-mopar53-575x390.jpg" alt="" width="575" height="390" /></p>
<p>บางคนอาจบอกว่าสเกตช์คือการคิดในตัวเอง ในขณะที่บางคนบอกว่าการคิดและการสเกตช์นั้นเกิดขึ้น &#8216;พร้อมกัน&#8217; และบางคนก็อาจบอกว่าความคิดนั้นดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติและส่งผ่านออกมาทางมือ สู่กระดาษ เพื่อการประเมินทางสายตา โดยมากแล้วสเกตช์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนอื่น และงาน development sketch ที่พร้อมไปด้วย center line, section และเส้นสร้าง perspective นั้นคงแทบไม่มีใครเคยเห็น เพราะงานสเกตช์พัฒนาแบบนั้นถ้าไม่สามารถทำให้แบบพัฒนาไปข้างหน้าได้ สเกตช์เหล่านั้นก็จะถูกพิจารณาว่า &#8216;สมควรทิ้ง&#8217; มากกว่าที่จะ &#8216;มีคุณค่า&#8217; นอกจากนี้งานสเกตช์พัฒนาแบบยังเป็นบันทึกที่แสดงออกถึงความกว้างขวางทางความคิดของนักออกแบบและความสามารถในการพัฒนาแบบจากแนวคิดที่ได้มา</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="1-challenger-sketch1" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/1-challenger-sketch1-575x391.jpg" alt="" width="575" height="391" /></p>
<p>อาวุธโปรดของมือสเกตช์คือดินสอไส้นิ่มสีฟ้า ยี่ห้อ Prismacolor หรือ Derwent ดินสอจะให้เส้นหลายน้ำหนัก ควบคุมง่ายและแสดงอารมณ์ผ่านเส้นได้ง่าย สำหรับคนที่มีทักษะมากกว่านั้นอาจใช้ปากกาลูกลื่น Biro ซึ่งไม่ได้ให้ความต่างของน้ำหนักเส้นอย่างดินสอ ลงบนกระดาษลอกลาย (&#8216;layout&#8217; paper) งานสเกตช์ยังสามารถทำได้ผ่านโปรแกรม Photoshop บนคอมพิวเตอร์ แต่นักออกแบบส่วนใหญ่จะพบว่างานสเกตช์บรคอมพิวเตอร์นั้นขาดความไวในการตอบสนองของงานมือที่ทันท่วงทีกว่า</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3477&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2011/01/car-design-glossary-sketch/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Car design glossary: Tape drawing</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-tape-drawing/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-tape-drawing/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Jul 2010 10:44:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุปกรณ์ / เครื่องมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3285</guid>
		<description><![CDATA[Tape Drawing หมายถึงเส้น &#8216;drawing&#8217; ของแบบด้านข้างหรือด้านหน้า-หลังของรถ อาจเป็นขนาดจริงหรือย่อก็ได้ ในแผ่นฟิล์มพลาสติกโปร่งแสงที่ติดบนพื้นผิวที่ตั้งตรง โดยมีเส้น grid ขนาด 10 ซม. (รู้จักกันในชื่อ &#8216;ten lines&#8217; ผมแปลให้ตรงๆ ว่า &#8216;เส้นสิบ&#8217; ก็แล้วกันครับ) และข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวาง (package) ต่างๆ ของรถอยู่ เส้นต่างๆ เหล่านี้เกิดจากม้วนเทปสีดำที่ใช้ในการถ่ายภาพหรืออาจเป็นเทปเพื่องานอุตสาหกรรมเฉพาะทางจากญี่ปุ่นก็ได้ คุณสมบัติของเทปย่นเหล่านี้คือให้ตัวได้เพื่อการดัดเส้นโค้งที่ราบรื่น และไม่เป็นกาวมากนักเพื่อให้ง่ายต่อการดึงออกและติดใหม่เพื่อแก้ไขตำแหน่งของเส้นได้ไม่ต่างกับการลบเส้นสเกตช์ออก ตัวอย่างงาน tape rendering ของนักศึกษา Pforzheim จุดประสงค์ของงาน Tape Drawing ก็เพื่อแสดงข้อมูลที่แม่นยำ วัดผลได้ด้วยเส้น ten lines สำหรับทีมต้นแบบที่จะต้องนำแบบไปทำงานกับ clay model ซึ่ง tape drawing ทำงานได้ตรงความต้องการกว่างานสเกตช์มาก นอกจากนี้ยังสามารถให้มิติที่สมจริงมากขึ้นด้วยการลง Airbrush และสร้างแสงเงาให้กับ tape drawing ก็ทำให้ได้ &#8216;tape rendering&#8217; ซึ่งใช้ประเมินงานอย่างหยาบได้รวดเร็ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<div style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-47.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-3288" title="New Car: BMW 7 Series" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-47-575x424.jpg" alt="" width="575" height="424" /></a></div>
<div><strong>Tape Drawing</strong></div>
<div>
<p>หมายถึงเส้น &#8216;drawing&#8217; ของแบบด้านข้างหรือด้านหน้า-หลังของรถ อาจเป็นขนาดจริงหรือย่อก็ได้ ในแผ่นฟิล์มพลาสติกโปร่งแสงที่ติดบนพื้นผิวที่ตั้งตรง โดยมีเส้น grid ขนาด 10 ซม. (รู้จักกันในชื่อ &#8216;ten lines&#8217; ผมแปลให้ตรงๆ ว่า &#8216;เส้นสิบ&#8217; ก็แล้วกันครับ) และข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวาง (package) ต่างๆ ของรถอยู่ เส้นต่างๆ เหล่านี้เกิดจากม้วนเทปสีดำที่ใช้ในการถ่ายภาพหรืออาจเป็นเทปเพื่องานอุตสาหกรรมเฉพาะทางจากญี่ปุ่นก็ได้</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-3285"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-38.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-3287" title="New Car: BMW 7 Series" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-38-575x424.jpg" alt="" width="575" height="424" /></a></p>
<p>คุณสมบัติของเทปย่นเหล่านี้คือให้ตัวได้เพื่อการดัดเส้นโค้งที่ราบรื่น และไม่เป็นกาวมากนักเพื่อให้ง่ายต่อการดึงออกและติดใหม่เพื่อแก้ไขตำแหน่งของเส้นได้ไม่ต่างกับการลบเส้นสเกตช์ออก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/07/169015_66_preview.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-3323" title="169015_66_preview" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/07/169015_66_preview-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a>ตัวอย่างงาน tape rendering ของนักศึกษา Pforzheim</p>
<p>จุดประสงค์ของงาน Tape Drawing ก็เพื่อแสดงข้อมูลที่แม่นยำ วัดผลได้ด้วยเส้น ten lines สำหรับทีมต้นแบบที่จะต้องนำแบบไปทำงานกับ clay model ซึ่ง tape drawing ทำงานได้ตรงความต้องการกว่างานสเกตช์มาก นอกจากนี้ยังสามารถให้มิติที่สมจริงมากขึ้นด้วยการลง Airbrush และสร้างแสงเงาให้กับ tape drawing ก็ทำให้ได้ &#8216;tape <em>rendering&#8217;</em> ซึ่งใช้ประเมินงานอย่างหยาบได้รวดเร็ว แม้ว่าจริงๆ แล้วในงานจริงตามสตูดิโอเราจะมี power walls ที่สามารถแสดงภาพรถขนาดเท่าจริงในแบบสามมิติให้ดูแล้วก็ตาม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/07/1052big.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-3324" title="1052big" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/07/1052big-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a>ภาพตัวอย่าง: power walls ของ Volkswagen</p>
<p style="text-align: center;"><a href="../wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-14.jpg"><img title="New Car: BMW 7  Series" src="../wp-content/uploads/2010/06/bmw-7-series-14-575x424.jpg" alt="" width="575" height="424" /></a></p>
<p>เทปแบบเดียวกันนี้ถูกใช้ในงานสามมิติ (clay) ด้วยเช่นกัน ในจุดประสงค์เดียวกันคือสร้างเส้นตัวอย่าง เพิ่มความชัดเจนให้กับงาน เพื่อให้ช่างต้นแบบและนักออกแบบได้ประเมินผลนั่นเอง</p>
</div>
</div>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3285&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-tape-drawing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Swage line</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-swage-line/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-swage-line/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2010 14:36:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3278</guid>
		<description><![CDATA[swage line โครเมียม บนรถ Le Sabre concept ของ Harley Earl ปี 1951 Swage line Swaging เป็นชื่อเทคนิคขึ้นรูปเย็นของโลหะ โดยโลหะจะถูกขึ้นรูปกับร่องของเครื่องมือที่เรียกว่า swage ในช่วงแรกๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอบของแผงตัวถังหนึ่งๆ จะถูกขึ้นรูปด้วยการ Swaging เพื่อให้สามารถทับกับแผงตัวถังต่อไปและสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันขึ้นมา ได้ ส่วนใหญ่ swage line จะวิ่งยาวตลอดเส้น beltline / waistline ในตอนที่เทคนิคการผลิตสามารถสร้างแผงประตูแบบชิ้นเดียวขึ้นได้ swage line ก็เป็นที่นิยมไปแล้ว การทำสีรถแบบทูโทนและการตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยขอบโครเมียมที่ใช้ปิดบังเส้น swage line ที่วิ่งตาม waistline (เรียกว่า &#8216;waist molding&#8217;) ได้ค่อยๆ กลายมาเป็น feature line ของรถไปโดยปริยาย ทุกวันนี้คำศัพท์นี้ถูกใช้โดยมีเทคนิคเชิงวิศวกรรมอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เรียกพื้นผิวที่หยักและวิ่งต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้น crease และ feature line]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="gm-lesabre-concept1951" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/gm-lesabre-concept1951-575x329.jpg" alt="" width="575" height="329" />swage line โครเมียม บนรถ Le Sabre  concept ของ Harley Earl ปี 1951</p>
<h3><strong>Swage line</strong></h3>
<p>Swaging เป็นชื่อเทคนิคขึ้นรูปเย็นของโลหะ  โดยโลหะจะถูกขึ้นรูปกับร่องของเครื่องมือที่เรียกว่า swage ในช่วงแรกๆ  ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอบของแผงตัวถังหนึ่งๆ จะถูกขึ้นรูปด้วยการ Swaging  เพื่อให้สามารถทับกับแผงตัวถังต่อไปและสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันขึ้นมา ได้ ส่วนใหญ่ swage line จะวิ่งยาวตลอดเส้น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-a-b/#beltline">beltline</a> / waistline</p>
<p>ในตอนที่เทคนิคการผลิตสามารถสร้างแผงประตูแบบชิ้นเดียวขึ้นได้ swage  line ก็เป็นที่นิยมไปแล้ว  การทำสีรถแบบทูโทนและการตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยขอบโครเมียมที่ใช้ปิดบังเส้น  swage line ที่วิ่งตาม waistline (เรียกว่า &#8216;waist molding&#8217;) ได้ค่อยๆ  กลายมาเป็น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-f/#featureline">feature  line</a> ของรถไปโดยปริยาย</p>
<p>ทุกวันนี้คำศัพท์นี้ถูกใช้โดยมีเทคนิคเชิงวิศวกรรมอยู่เบื้องหลัง  โดยใช้เรียกพื้นผิวที่หยักและวิ่งต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-c/#crease">crease</a> และ <a href="../2009/08/car-design-glossary-f/#featureline">feature  line</a></p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3278&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-swage-line/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Shutline</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-shutline/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-shutline/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 14:16:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3264</guid>
		<description><![CDATA[Shutline shut line หรือ &#8216;cut line&#8217; คือระยะห่างที่ต้องเว้นไว้ระหว่างแผงตัวถัง 2 ชิ้นที่อยู่ติดกันหรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน ซึ่งในบางจุดก็อาจจะเปิดได้ด้วย เส้น shutline มีทั้ง shut ของฝากระโปรง (hood shuts) และ shut ของประตู (door shuts) ความแน่นหนาของแนวเส้นจะบ่งบอกถึงคุณภาพงานประกอบและผลิตได้อย่างดี ความต่อเนื่องของพื้นผิว เส้น feature line และการจัดเรียงของแผงตัวถังก็มีจุดเริ่มจาก shutline นี้ นักออกแบบรถนั้นใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อสร้าง shutline ให้ส่งเสริมงานออกแบบรูปทรงและสะท้อนบุคลิกของของรถ ซึ่งสอดคล้องกับ surface language ของงานออกแบบนั่นเอง Volkswagen Golf Mk.V 5 ประตูนั้นมีเส้น shutline ที่ต่อเนื่องสวยงามที่สุด ในขณะที่ของ BMW 7-series ตัวก่อนหน้านี้นั้น &#8216;คดเคี้ยว&#8217; ที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="Audi" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/audi-r8-3491-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></p>
<p><strong>Shutline</strong></p>
<p>shut line หรือ &#8216;cut line&#8217; คือระยะห่างที่ต้องเว้นไว้ระหว่างแผงตัวถัง 2  ชิ้นที่อยู่ติดกันหรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน  ซึ่งในบางจุดก็อาจจะเปิดได้ด้วย เส้น shutline มีทั้ง shut ของฝากระโปรง  (hood shuts) และ shut ของประตู (door shuts)  ความแน่นหนาของแนวเส้นจะบ่งบอกถึงคุณภาพงานประกอบและผลิตได้อย่างดี  ความต่อเนื่องของพื้นผิว เส้น<a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-f/#featureline"> feature line</a> และการจัดเรียงของแผงตัวถังก็มีจุดเริ่มจาก shutline นี้</p>
<p>นักออกแบบรถนั้นใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อสร้าง shutline  ให้ส่งเสริมงานออกแบบรูปทรงและสะท้อนบุคลิกของของรถ ซึ่งสอดคล้องกับ <a href="http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-surface-language">surface language</a> ของงานออกแบบนั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><strong><img title="vw-golf1639c" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/vw-golf1639c-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /><img class="aligncenter" title="BMW-750Li_2006_800x600_wallpaper_12" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/BMW-750Li_2006_800x600_wallpaper_121-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center;">Volkswagen  Golf Mk.V 5 ประตูนั้นมีเส้น shutline ที่ต่อเนื่องสวยงามที่สุด  ในขณะที่ของ BMW 7-series ตัวก่อนหน้านี้นั้น &#8216;คดเคี้ยว&#8217; ที่สุด</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3264&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/07/car-design-glossary-shutline/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Surface language</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-surface-language/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-surface-language/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 14:23:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3270</guid>
		<description><![CDATA[Surface language ภาษาทางรูปทรงขั้นพื้นฐานที่นิยามการออกแบบของรถ คำว่า Extreme ในภาษาของ surface language อาจหมายความได้ถึงคำต่างๆ เช่น นุ่มนวล, เป็นธรรมชาติและลื่นไหล หรืออาจหมายความถึง extreme แบบขอบคม รูปทรงเหลี่ยมตันและมีลักษณะเป็นกล่องชัดเจนก็ได้ นอกจากนี้ยังอาจกล่าวเป็นนัยๆ ถึงพื้นผิวที่ซับซ้อนกว่านั้นเช่น เรียบง่าย ธรรมดา วุ่นวาย ยุ่งเหยิง Surface Language ยังอธิบายไปถึงธรรมชาติของพื้นผิวตัวถังที่แตกต่างกันว่าจะบรรจบกันอย่างไร และงานออกแบบรายละเอียดอย่างเช่นกระจังหน้า ไฟส่องสว่างและกราฟิกบนตัวรถเป็นอย่างไรด้วย โดยคำที่ใช้อธิบายมักจะอยู่ในรูปคุณศัพท์ เช่น formal (อนุรักษ์นิยม), sporty(สปอร์ต), casual(สบายๆ), hard-edged(เป็นเหลี่ยมสัน) และอื่นๆ พูดแบบไทยๆ หน่อย คงเรียก &#8216;ภาษาผิว&#8217; มั้งครับ (นึกถึงโฆษณาเครื่องสำอางค์ยังไงไม่รู้)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a name="surface_language"><img class="aligncenter" title="flyingspur1956-2005b" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/flyingspur1956-2005b-575x383.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<h3><strong>Surface language</strong></h3>
<p>ภาษาทางรูปทรงขั้นพื้นฐานที่นิยามการออกแบบของรถ</p>
<p>คำว่า Extreme ในภาษาของ surface language อาจหมายความได้ถึงคำต่างๆ  เช่น นุ่มนวล, เป็นธรรมชาติและลื่นไหล หรืออาจหมายความถึง extreme แบบขอบคม  รูปทรงเหลี่ยมตันและมีลักษณะเป็นกล่องชัดเจนก็ได้  นอกจากนี้ยังอาจกล่าวเป็นนัยๆ ถึงพื้นผิวที่ซับซ้อนกว่านั้นเช่น เรียบง่าย  ธรรมดา วุ่นวาย ยุ่งเหยิง</p>
<p>Surface Language  ยังอธิบายไปถึงธรรมชาติของพื้นผิวตัวถังที่แตกต่างกันว่าจะบรรจบกันอย่างไร  และงานออกแบบรายละเอียดอย่างเช่นกระจังหน้า  ไฟส่องสว่างและกราฟิกบนตัวรถเป็นอย่างไรด้วย  โดยคำที่ใช้อธิบายมักจะอยู่ในรูปคุณศัพท์ เช่น formal (อนุรักษ์นิยม),  sporty(สปอร์ต), casual(สบายๆ), hard-edged(เป็นเหลี่ยมสัน) และอื่นๆ</p>
<p>พูดแบบไทยๆ หน่อย คงเรียก &#8216;ภาษาผิว&#8217; มั้งครับ  (นึกถึงโฆษณาเครื่องสำอางค์ยังไงไม่รู้)</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3270&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-surface-language/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Shoulder, Shoulderline</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-shoulder-shoulderline/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-shoulder-shoulderline/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 14:12:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3260</guid>
		<description><![CDATA[แนวไหล่ที่ทั้งกว้างแต่โค้งมนอย่างนุ่ม นวลของ Volvo นั้นเป็นเอกลักษณ์ของค่ายไปแล้ว Shoulder, Shoulderline เส้น shoulderline หรือ &#8216;เส้นบ่า&#8217; ของรถนั้นโดยปกติวิ่งอยู่บริเวณด้านบนของตัวถัง ที่ซึ่งพื้นผิวที่ตั้งตรงขึ้นมาจากข้างตัวรถจะพับเข้าไปหาแนวกระจก และแนวสันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิกของรถได้ชัดเจน พื้นที่ระหว่างเส้น shoulderline และเส้น beltline ใต้กระจกข้างของรถรวมๆ เรียกว่า shoulder น่าตลกตรงที่ &#8216;ไหล่&#8217; ที่เรากำลังพูดถึงนี้อยู่ใต้เส้น beltline (เข็มขัด) haunch หรือสะโพกของรถเองก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่เลยไปด้านหลัง ระวังการใช้งานสับสนครับ เส้นแนวไหล่อันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ Volvo นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำบุคลิกของ Volvo ไปแล้ว โดยแนวไหล่ของรถจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย ซึ่งเป็นภาพและภาษาของ Volvo มาช้านาน ดู Beltline เพิ่มเติม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="volvo-s40x575b" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/01/volvo-s40x575b-575x358.jpg" alt="" width="575" height="358" />แนวไหล่ที่ทั้งกว้างแต่โค้งมนอย่างนุ่ม นวลของ Volvo นั้นเป็นเอกลักษณ์ของค่ายไปแล้ว</p>
<p><strong>Shoulder, Shoulderline</strong></p>
<p>เส้น shoulderline หรือ &#8216;เส้นบ่า&#8217;  ของรถนั้นโดยปกติวิ่งอยู่บริเวณด้านบนของตัวถัง  ที่ซึ่งพื้นผิวที่ตั้งตรงขึ้นมาจากข้างตัวรถจะพับเข้าไปหาแนวกระจก  และแนวสันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิกของรถได้ชัดเจน</p>
<p>พื้นที่ระหว่างเส้น shoulderline และเส้น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-a-b/#beltline">beltline</a> ใต้กระจกข้างของรถรวมๆ เรียกว่า shoulder น่าตลกตรงที่ &#8216;ไหล่&#8217;  ที่เรากำลังพูดถึงนี้อยู่ใต้เส้น beltline (เข็มขัด) <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-g-h/#haunch">haunch</a> หรือสะโพกของรถเองก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่เลยไปด้านหลัง  ระวังการใช้งานสับสนครับ</p>
<p>เส้นแนวไหล่อันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ Volvo  นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำบุคลิกของ Volvo ไปแล้ว  โดยแนวไหล่ของรถจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย ซึ่งเป็นภาพและภาษาของ  Volvo มาช้านาน</p>
<p>ดู <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-a-b/#beltline">Beltline</a> เพิ่มเติม</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3260&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-shoulder-shoulderline/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: Screen angle</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-screen-angle/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-screen-angle/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2010 14:09:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=3255</guid>
		<description><![CDATA[Screen angle นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่ง กลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู &#8216;ดูรวดเร็ว&#8217; และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้าน กฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใส กลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้าน ข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="63075_2_preview" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/63075_2_preview.jpg" alt="63075_2_preview" width="574" height="382" /></p>
<p><strong>Screen angle</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่ง  กลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู &#8216;ดูรวดเร็ว&#8217;  และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า</p>
<p>ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้าน  กฎหมาย  มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใส  กลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini  Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว</p>
<p>พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน  และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ  แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้าน  ข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome  (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=3255&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/06/car-design-glossary-screen-angle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>car design glossary: R</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2009/11/car-design-glossary-r/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2009/11/car-design-glossary-r/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 10:42:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[glossary]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=1770</guid>
		<description><![CDATA[R: Rake / screen angle นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่งกลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู &#8216;ดูรวดเร็ว&#8217; และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้านกฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใสกลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้านข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้ Ramp angles มุมแรก Approach Angle หรือมุมประชิด วัดโดยการลากเส้นสัมผัสจากจุดต่ำสุดด้านหน้าล้อหน้าไปถึงจุดต่ำสุดของ overhang ด้านหน้าแล้ววัดองศา มุมที่สอง Departure Angle หรือมุมจาก วัดจากองศาจากเส้นสัมผัสจุดต่ำสุดด้านหลังจากล้อหลังจนถึงส่วนต่ำสุดของ overhang ด้านหลัง มุมที่สาม Breakover Angle (เข้าใจว่าแปลว่ามุมข้ามนะครับ) คือองศาที่เกิดจากการลากเส้นจากจุดต่ำสุดด้านหลังล้อหน้า และจากจุดต่ำสุดด้านหน้าล้อหลังเข้าไปหาจุดกึ่งกลางระหว่างทั้งสองจุดที่อยู่ใต้ธรณีประตูหรือ rocker panel แล้ววัดองศา ไม่มีข้อกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับองศาเหล่านี้ แต่การเพิ่มองศาให้มากที่สุดนั้นจะเห็นได้จากรถแบบออฟโรดในขณะทีรถสปอร์ตนั้นพอใจกับภาพลักษณ์ที่ระยะตัวถังสูงจากพื้นที่น้อยที่สุดมากกว่า ภาพนี้ผมหยิบมาจากภาพประกอบใน Thaicardesign.course [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>R:</h2>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2022" title="63075_2_preview" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/63075_2_preview.jpg" alt="63075_2_preview" width="574" height="382" /></p>
<p><strong>Rake / screen angle<br />
</strong></p>
<p>นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่งกลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู &#8216;ดูรวดเร็ว&#8217; และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า</p>
<p>ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้านกฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใสกลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว</p>
<p>พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้านข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1770"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img title="132043_2_preview" src="../wp-content/uploads/2009/09/132043_2_preview.jpg" alt="132043_2_preview" width="575" height="431" /></p>
<p><strong>Ramp angles</strong></p>
<p>มุมแรก <strong>Approach Angle</strong> หรือมุมประชิด วัดโดยการลากเส้นสัมผัสจากจุดต่ำสุดด้านหน้าล้อหน้าไปถึงจุดต่ำสุดของ <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/09/car-design-glossary-o/#overhang">overhang</a> ด้านหน้าแล้ววัดองศา</p>
<p>มุมที่สอง <strong>Departure Angle</strong> หรือมุมจาก วัดจากองศาจากเส้นสัมผัสจุดต่ำสุดด้านหลังจากล้อหลังจนถึงส่วนต่ำสุดของ overhang ด้านหลัง</p>
<p>มุมที่สาม <strong>Breakover Angle</strong> (เข้าใจว่าแปลว่ามุมข้ามนะครับ) คือองศาที่เกิดจากการลากเส้นจากจุดต่ำสุดด้านหลังล้อหน้า และจากจุดต่ำสุดด้านหน้าล้อหลังเข้าไปหาจุดกึ่งกลางระหว่างทั้งสองจุดที่อยู่ใต้ธรณีประตูหรือ rocker panel แล้ววัดองศา</p>
<p>ไม่มีข้อกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับองศาเหล่านี้ แต่การเพิ่มองศาให้มากที่สุดนั้นจะเห็นได้จากรถแบบออฟโรดในขณะทีรถสปอร์ตนั้นพอใจกับภาพลักษณ์ที่ระยะตัวถังสูงจากพื้นที่น้อยที่สุดมากกว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2028" title="glossary01_page04" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/glossary01_page04-640x452.jpg" alt="glossary01_page04" width="574" height="405" /><em>ภาพนี้ผมหยิบมาจากภาพประกอบใน Thaicardesign.course ที่สอนอยู่ อธิบายได้หลายส่วน สังเกตว่าระยะ overhang ขึ้นอยู่กับ reference point ด้วย</em></p>
<p><strong>Reference point</strong></p>
<p>จุดอ้างอิงเพื่อวัดระยะในงานออกแบบรถ reference point หรือจุดอ้างอิงใช้เพื่ออ้างอิงระยะในงานจัด package ที่มุมมองด้านข้างของรถโดยมีจุด reference ของระยะทั้งหมดหรือจุด 0 อยู่ที่กึ่งกลางล้อหน้า สมมุติให้รถหันไปทางซ้าย (ในภาพผิดไปนิดหน่อย รถหันไปทางขวา แต่ก็ใช้หลักการเดียวกันได้) ระยะทางขวาของจุดอ้างอิงจะเป็นค่าบวกและระยะทางซ่ายเป็นค่าติดลบ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2030" title="reflection_lines" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/reflection_lines-640x384.jpg" alt="reflection_lines" width="575" height="345" /></p>
<p><strong>Reflection lines</strong><br />
เส้นแสงสะท้อน (Reflection lines) ไม่ว่าจะเป็นแบบแสงจริงหรือแสงจำลอง คือเครื่องมือวิเคราะห์รูปทรงที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ บทบาทของงาน CAD ในขั้นตอนการออกแบบที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็มาจากความสามารถในการจำลอง Reflection lines ได้ ด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ช่วยลดเวลาต่อรอบในขั้นตอนการออกแบบลงได้มาก ซึ่งนั่นหมายถึงทั้งค่าใช้จ่ายที่ลดลงและความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น Reflection lines ไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่ใช้วิเคราะห์พื้นผิวรถ Curvature (ความโค้ง) ของพื้นผิวก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน จริงๆ แล้วทั้ง Curvature และ Reflection lines ต่างก็เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการวิเคราะห์รูปทรงของชิ้นงานในงานขึ้นรูปผลิตภัณฑ์หลากหลายแขนงอยู่แล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><a name="rendering"><img class="aligncenter size-full wp-image-2024" title="17909_2_preview" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/17909_2_preview.jpg" alt="17909_2_preview" width="575" height="423" /></a></p>
<p><strong>Rendering</strong></p>
<p>Rendering คือการนำเสนองานออกแบบที่ชัดเจน แสงเงา สีและแสงสะท้อน รวมไปถึงเทคนิคช่วยเหลือจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ส่วนมากเป็น Photoshop) เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลายๆ องค์ประกอบของงาน Rendering เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเนื้อของงาน rendering จะเน้นไปที่ความถูกต้องแม่นยำ ใส่ใจกับงานออกแบบที่ต้องการอธิบายมากกว่า เช่นเดียวกับการเน้นเส้นในงานสเกตช์ให้ &#8216;คม&#8217; ขึ้นด้วย<a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-f/#curves">เทมเพลทวงรีหรือ curve</a> นั่นเอง</p>
<p>ภาพสวยงามสมจริงจนเหมือนภาพถ่ายนั้นไม่จำเป็นสำหรับนักออกแบบที่คุ้นเคยกับงานเสกตช์ซึ่งสื่อความหมายได้และดูเพลินตากว่า แต่ในหลายครั้งงานแบบสมจริงเป็นที่ต้องการเมื่อต้องขายแนวคิดทางการออกแบบให้กับกลุ่มคนที่ &#8216;ไม่ใช่นักออกแบบแต่มีอำนาจตัดสินใจ&#8217; รวมถึงลูกค้าในงานออกแบบต่างๆ ด้วย ในบางงานถือเป็นเงื่อนไขข้อตกลงว่าต้องแสดงภาพในมุมมองและสีปกติเพื่อไม่ให้ถูกสีสันและความน่าตื่นตาของงาน rendering หลอกตา</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2026" title="Nissan-Teana_2003_800x600_wallpaper_2c" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/09/Nissan-Teana_2003_800x600_wallpaper_2c-640x243.jpg" alt="Nissan-Teana_2003_800x600_wallpaper_2c" width="575" height="219" /><em>rocker panel ของ Nissan Teana ใช้เป็นทั้งแผ่นกันรอยขีดข่วนและของประดับตกแต่งดวยขอบโครเมียมวิ่งยาวรอบชายล่างของรถ</em></p>
<p><strong>Rocker panel</strong></p>
<p>ชิ้นส่วนพลาสติกสีดำที่อยู่ด้านล่างของตัวรถ ส่วนใหญ่อยู่ใต้ขอบประตูข้าง ทำหน้าที่กันกรวดหินกระเด็นมาโดนตัวถัง ติดตั้งในตำแหน่งเดียวกันกับ skirt แต่ต่างกันตรงที่ skirt เป็นชายที่ยื่นออกมาจากแนวพื้นผิวตัวถังเพื่อทำหน้าที่ทาง aerodynamics ในขณะที่ rocker panel คือพื้นผิวที่วิ่งต่อลงมาจากแผงตัวถังหรือประตูด้านข้างตัวรถและปิดเรียบลงไปใต้พื้น</p>
<p>ด้านบนอธิบายตามความเข้าใจ + เนื้อหาที่เคยเรียนมาของผมเอง แต่ถ้าลองค้นดูในเนตจะเจอว่าบางที่เค้าเรียกรวมเจ้าชิ้นส่วนพลาสติกสีดำราคาถูกนี้ว่า rocker panel หมดเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะอยู่ตรงกลาง ในกระจัง หรือด้านล่างของกันชน</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=1770&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2009/11/car-design-glossary-r/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

