<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thaicardesign &#187; design story</title>
	<atom:link href="http://www.thaicardesign.com/category/media/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/design-story/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaicardesign.com</link>
	<description>for the next generation car designers</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 17:03:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>การพัฒนาการออกแบบ: KTM X-Bow</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-ktm-x-bow/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-ktm-x-bow/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2010 09:16:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความด้านการออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[design story]]></category>
		<category><![CDATA[design studios]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[Kiska]]></category>
		<category><![CDATA[Kiska design]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=2979</guid>
		<description><![CDATA[KTM เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติออสเตรีย มีพื้นเป็นบริษัทผลิตรถวิบากสองล้อก่อนจะก้าวเข้ามาสู่ตลาด ATV และรถทางเรียบในเวลาต่อมา ซึ่งทั้งหมดนั้น พุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าระดับความคลั่งไคล้สูงสุดในตลาด ไม่มีรถ cruiser ย้อนยุคที่นี่ ไม่มี scooter คันเล็กและไม่มี tourer คันโตในสารบบของ KTM ฤดูร้อนปี 2005, ค่ายรถฮาร์ดคอร์รายนี้พร้อมด้วยพันธมิตรทางการออกแบบที่ร่วมมือกันมากว่า 14 ปีอย่าง Kiska design ได้เริ่มงานวิจัยชิ้นใหม่ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจเพิ่ม &#8216;รถสปอร์ต&#8217; เข้าไปในสารบบของ KTM นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการออกแบบรถซึ่งเป็นที่สุดด้านการออกแบบของยุคนี้, KTM X-Bow หลังจากงานเปิดตัวของ KTM X-Bow ที่งาน Geneva Motor Show, Car Design News ได้พูดคุยกับ Stefan Pierer, CEO ของ KTM, และ Gerald Kiska, CEO ของ Kiska design studio และได้รับฟังเรื่องราวของรถสปอร์ตเครื่องวางกลางที่เป็นสุดยอดนี้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2980" title="ktm-xbow-model" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-model-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></p>
<p>KTM เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติออสเตรีย มีพื้นเป็นบริษัทผลิตรถวิบากสองล้อก่อนจะก้าวเข้ามาสู่ตลาด ATV และรถทางเรียบในเวลาต่อมา ซึ่งทั้งหมดนั้น พุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าระดับความคลั่งไคล้สูงสุดในตลาด ไม่มีรถ cruiser ย้อนยุคที่นี่ ไม่มี scooter คันเล็กและไม่มี tourer คันโตในสารบบของ KTM</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_50.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2982" title="ktm_press_50" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_50-575x366.jpg" alt="" width="575" height="366" /></a></p>
<p>ฤดูร้อนปี 2005, ค่ายรถฮาร์ดคอร์รายนี้พร้อมด้วยพันธมิตรทางการออกแบบที่ร่วมมือกันมากว่า 14 ปีอย่าง Kiska design ได้เริ่มงานวิจัยชิ้นใหม่ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจเพิ่ม &#8216;รถสปอร์ต&#8217; เข้าไปในสารบบของ KTM นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการออกแบบรถซึ่งเป็นที่สุดด้านการออกแบบของยุคนี้, KTM X-Bow</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2979"></span><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_71.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2984" title="ktm_press_71" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_71-575x383.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<p>หลังจากงานเปิดตัวของ KTM X-Bow ที่งาน Geneva  Motor Show, Car Design News ได้พูดคุยกับ Stefan Pierer, CEO ของ KTM, และ  Gerald Kiska, CEO ของ Kiska design studio และได้รับฟังเรื่องราวของรถสปอร์ตเครื่องวางกลางที่เป็นสุดยอดนี้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงโครงการหารถจักรยานยนต์ 4 ล้อทางเรียบสำหรับตลาดยุโรปเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketch7.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2986" title="ktm-xbow-sketch7" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketch7-575x406.jpg" alt="" width="575" height="406" /></a></p>
<p>หลังจากเริ่มโครงการในช่วงฤดูร้อนปี 2005 ในเดือนสิงหาคมทีมงานเริ่มรู้สึกว่าการมีจุดศูนย์ถ่วงอยู่สูงแบบ ATV ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะออกมานี้มีความปลอดภัยไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานความเร็วสูงบนถนน ดังนั้นโจทย์ของงานออกแบบจึงถูกปรับปรุงใหม่เป็น ยานพาหนะทีคงสไตล์แบบ minimalist เหมือนกับรถ ATV เพื่อสร้างอัตราเร่งแบบ superbike และให้ความรู้สึกการขับขี่แบบรถแข่ง</p>
<p>ต่อมาภายใต้การนำของ Sebastian Stassin, หัวหน้าฝ่ายออกแบบยานพาหนะของ Kiska, ทีมออกแบบเริ่มสเกตช์แบบต่างๆ ออกมาโดยแต่ละแบบนั้นคงความงามในแบบของรถจักรยานยนต์ และมีสัดส่วนรถแบบรถสปอร์ตเครื่องวางกลางขนาดเล็กอย่าง Lotus Elise มีบางแบบที่ใช้สไตล์แบบรถ Buggy ชายหาด และบางแบบที่เลือกใช้เฟรมอะลูมินัม แต่ทีมตกลงเลือกแบบดั้งเดิมที่มาจาก Martin  Petersson ที่ตัดสินใจใช้อ่างคาร์บอนไฟเบอร์และมีรูปลักษณ์ภายนอกแบบรถ superbike ด้วยการใช้ body panel แบบลอยตัว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketch1.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2989" title="ktm-xbow-sketch1" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketch1-575x383.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<p>ในขณะเดียวกันกับที่นักออกแบบใน Kiska กำลังสเกตช์ ที่ Audi มีวิศวกรระดับสูงที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์มากได้พูดคุยกับ KTM ถึงเรื่องการร่วมมือกันในโครงการใดโครงการหนึ่ง และ KTM ได้นำคนเหล่านี้มาชมโครงการ X-Bow ที่กำลังดำเนินการในเดือนกันยายน 2005, Audi ได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่องระบบส่งกำลัง โครงสร้างตัวถังและงานด้านเทคนิคัลอื่นๆ ในทันทีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการออกแบบ</p>
<blockquote><p>Stassin หัวหน้าทีมออกแบบของ Kiska เล่าให้ CarDesignNews ฟังว่า &#8220;ตอนนั้นความคิดของเรายังเป็นปลายเปิดอยู่ว่ามันจะเป็น KTM หรือ Audi ดี พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในทุกด้านของงานวิศวกรรมของรถ ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องยนต์เท่านั้น&#8221;</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-wacom.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2992" title="ktm-xbow-wacom" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-wacom-575x384.jpg" alt="" width="575" height="384" /></a></p>
<p>เดือนธันวาคม ปี 2005 วิศวกร Audi จำเป็นต้องทำใจยอมรับว่ารถต้นแบบ X-Bow ไม่ใช่แนวทางของรถในสายการผลิตของ Audi ดังนั้น Audi จึงถอยฉากออกมาจากผู้ดูแลหลักในงานด้านเทคนิค มาเป็นผู้สนับสนุนชิ้นส่วนและอุปกรณ์แทนเพื่อให้ X-Bow สามารถเข้าศูนย์บริการ Audi ที่คัดเลือกพิเศษได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-clay.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2994" title="ktm-xbow-clay" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-clay-575x383.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<p>เมื่องานดำเนินมาได้ถึงระดับนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2006 งานต้นแบบดิน clay เสร็จสมบูรณ์บนการจัด package ที่พร้อมผลิต ทีมของ Kiska เข้าไปหาผู้ผลิตรถแข่งของอิตาลี, Dallara เพื่อให้มาแทนที่ Audi ที่ถอนตัวจากการเป็นผู้ดูแลงานด้านเทคนิคไป Dallara มีประสบการณ์จากทั้ง F1, F3 รถ endurance และ Indy car และยังมีประสบการณ์ในงานคาร์บอนไฟเบอร์ของรถผลิตจริงอย่าง Bugatti Veyron นั่นจึงทำให้ Dallara เหมาะสมมากในทุกด้าน</p>
<p>ในตอนแรกนั้น Dallara ตกใจกับแบบของ KTM ที่เห็นในครั้งแรก โครงสร้างแบบรถเปิดหลังคา พร้อมแผงตัวถังที่มีเหลี่ยมมุมมากมาย เป็นการออกแบบที่เห็นได้ชัดว่าด้อยในเรื่อง Aerodynamics</p>
<blockquote><p>Stassin บอกเราว่า &#8220;ผมยอมรับว่าพวกเขาดูตกใจมากเมื่อครั้งแรกที่เรานำเสนอแบบไป&#8221;</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketching5.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2995" title="ktm-xbow-sketching5" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-sketching5-575x349.jpg" alt="" width="575" height="349" /></a></p>
<p>แต่เมื่อ Dallara ได้เข้าใจว่าจุดประสงค์ของ X-Bow คือการให้การขับขี่ที่สนุกแก่ผู้ขับ เป็นรถสปอร์ตที่เน้นด้านการบังคับควบคุมมากกว่าการทำความเร็วสูงสุด พวกเขาก็พุ่งเป้าการพัฒนาไปที่การสร้างแรงกดอากาศเพื่อแรงยึดเกาะในโค้ง Dallara รับโมเดล Alias 3 มิติจากนักออกแบบของ Kiska, Peter Stiller แล้วนำไปทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบ aerodynamics ที่ขึ้นชื่อของพวกเขาก่อนจะพบว่าแรงกดของ X-Bow นั้นแข็งแกร่งและมีสมดุลของแรงกดหน้า-หลังอยู่แล้วและต้องการการปรับแต่งอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-windtunnel.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2996" title="ktm-windtunnel" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-windtunnel-575x432.jpg" alt="" width="575" height="432" /></a></p>
<p>ในการพัฒนารูปทรงของรถนั้น ทีมงานที่ Kiska ในออสเตรียขึ้นรูป clay model ขนาด 40% จากขนาดจริง ก่อนจะแสกนแล้วส่งไปให้ทีมของ Dallara ทำ Rapid prototype เพื่อนำไปเข้าอุงโมงค์ลมทดสอบ aerodynamics ผลการทดสอบจะถูกส่งกลับไปยังออสเตรียเพื่อให้ทีม Kiska แก้ไขปรับปรุงรูปทรงและสแกนกลับมาให้ Dallara ทดสอบอีกครั้ง ขั้นตอนที่ซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้เกิดขึ้น 5 ครั้ง กินเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายน หลังจากนั้นรูปทรงสุดท้ายของรถก็เสร็จสมบูรณ์ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ อีก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/KTM-X-Bow_2008_1600x1200_wallpaper_24.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2997" title="KTM-X-Bow_2008_1600x1200_wallpaper_24" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/KTM-X-Bow_2008_1600x1200_wallpaper_24-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>และในขฯะเดียวกับที่งานด้านการพัฒนารูปทรงและทดสอบ aerodynamics ดำเนินไป Kiska ก็ได้พัฒนาการออกแบบให้เข้าสู่กระบวนการผลิตจริงและถูกต้องตามกฏ homolgation สำหรับรถซีดานในยุโรป สำหรับผู้ผลิตที่ทำแต่รถจักรยานยนต์มาตลอด นี่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ก้าวใหญ่ทีเดียว ฤดูร้อนปี 2006 ทำงานร่วมกับ supplier เพื่อสร้างชิ้นส่วนขนาดเล็กขึ้นใหม่ รวมไปถึงพวงมาลัยสุดยอดนวัตกรรมที่ Petersson เป็นคนออกแบบ ซึ่งรวมการควบคุมทุกอย่างไว้ในพวงมาลัยอันเดียว แน่นอนมีสัญญานไฟเลี้ยวด้วยซึ่งต่างจากพวงมาลัยของรถแข่ง endurance ของ Audi ที่ supplier ชื่อ Megaline เป็นผู้ผลิตให้มาก่อน งานพื้นผิวที่ประณีตบรรจงก็เป็นอีกหนึ่งคุณภาพที่เห็นได้ชัดเจนในงานออกแบบของรถ ซึ่งรายละเอียดทั้งหลายเหล่านี้เองที่ทำให้งานออกแบบของ X-Bow แตกต่างจากรถผลิตจำนวนน้อยอื่นๆ ในตลาด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_42.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2998" title="ktm_press_42" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_press_42-575x383.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<p>&#8220;มันไม่ใช่ kit car &#8211; นี่เป็นกฏหลักข้อหนึ่งที่เราต้องการจะบังคับไว้&#8221; Stassin บอกกับ Car Design News นั่นแสดงให้เห็นทัศนะของ Kiska, KTM และตัว Stassin ที่ตั้งใจจะทำให้งานของพวกเขาแตกต่างด้วยการออกแบบ โดยเฉพาะในรายละเอียด ให้ต่างจากรถอย่าง Caterham  Seven และ Donkervoort ให้ต่างจากทั้ง Lotus Elise หรือแม้แต่ Ariel Atom โดยไม่ทำอะไรให้มากจนเกินไป ดูอย่างกรอบไฟหน้าที่เรียบง่ายแต่เห็นผลทางการออกแบบชัดเจนนั้นก็เป็นหลักฐานที่ดีในเรื่องนี้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_live_22.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2999" title="ktm_live_22" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm_live_22-382x575.jpg" alt="" width="382" height="575" /></a></p>
<p>Stassin บอกเล่าอย่างกระตือรือล้นว่า Kiska ตั้งใจกับงานมากเกินกว่าจะออกแบบแค่ตัวรถเพียงอย่างเดียว พวกเขาจึงทำทั้งสแตนด์โชว์ในงาน Geneva, เอกสารข้อมูลสำหรับสื่อ, วิดีโอโปรโมทหรือองค์ประกอบทางการโฆษณาอื่นๆ ทั้งหมดนี้ Kiska เรียกมันว่า IDD: Integrated Design  Development (แปลแบบไทยๆ ดีไซน์พ่วง/แถม)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-kiskaoffice-print.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-3000" title="ktm-xbow-kiskaoffice-print" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-kiskaoffice-print-575x319.jpg" alt="" width="575" height="319" /></a>Kiska studio</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-geraldkiska.jpg"><img class="size-medium wp-image-3001 alignnone" title="ktm-xbow-geraldkiska" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-geraldkiska-280x186.jpg" alt="" width="287" height="190" /></a><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-s-stassin.jpg"><img class="size-medium wp-image-3002 alignnone" title="ktm-xbow-s-stassin" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ktm-xbow-s-stassin-280x191.jpg" alt="" width="279" height="190" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ซ้ายไปขวา: Gerald Kiska ผู้นำของ Kiska design และ Sebastien Stassin หัวหน้าฝ่ายออกแบบยานยนต์ของ Kiska</p>
<p>เห็นได้ชัดว่าโครงการอย่าง X-Bow นั้นถือว่าหาชมได้ยาก ที่ทีมออกแบบทีมเดียวจะผลักดันโครงการตั้งแต่เริ่มคิด concept ไปจนถึงขั้นตอนผลิตออกขายดวยอิสระในการบริหารจัดการเองอย่างสูงสุด และเป็นงานออกแบบที่ไม่ต้องคอยคิดมากกับมรดกตกทอดทางการออกแบบจากรุ่นก่อน ไม่ต้องสู้รบปรบมือกับวิศวกรจากภายนอกหรือฝ้ายการตลาด ไม่ต้องกังวลว่าจะไปทับเส้นทางตลาดของรุ่นใกล้เคียงหรือรุ่นเก่า นี่จึงเป็นเรื่องราวการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และแสดงศักยภาพของทีมงานอย่างสูงสุด</p>
<blockquote><p>ซึ่งตรงนี้ Stassin สรุปให้กับเราอย่างดีว่า: <strong>&#8220;ผมพูดอยู่บ่อยๆ ว่านี่เป็นโครงการแบบที่ถ้าคุณได้มีโอกาสทำมันแล้วคุณคงจะมีความสุขมากๆ เลย&#8221;</strong></p></blockquote>
<p>ต้นฉบับที่ <a href="http://www.cardesignnews.com/site/home/design_development/display/store4/item71676/">CarDesignNews</a> ครับ</p>
<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/ThaiCarDesign/KTMXBowDesignStory?feat=directlink"><strong>อัลบั้มภาพ: KTM X-Bow design story</strong></a></p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="575" height="400" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FThaiCarDesign%2Falbumid%2F5457137429948930033%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="575" height="400" src="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FThaiCarDesign%2Falbumid%2F5457137429948930033%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US"></embed></object></p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=2979&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-ktm-x-bow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การพัฒนาการออกแบบ: Jaguar XJ</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2010/04/design-development-jaguar-xj/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2010/04/design-development-jaguar-xj/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Apr 2010 19:26:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความด้านการออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[design story]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=2895</guid>
		<description><![CDATA[Jaguar XJ เป็นรุ่นรถซึ่งเป็นที่รักของผู้คนมาตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1968 โมเดลก่อนหน้า XJ ปัจจุบันคือ XJ Mk3 X350 นั้นอยู่ในตลาดมานานจนพ้นกำหนดเปลี่ยนรุ่นไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงดูดีด้วยรูปทรงที่ชวนให้นึกย้อนไปถึงโมเดลรถปี 1986, XJ40 แล้วการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงพร้อมกับ XJ รุ่นที่ 4 ซึ่งจะวางขายเดือนพฤษภาคมนี้ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Jaguar, Ian Callum เล่าให้ CarDesignNews ฟังว่าเขาและทีมงานสร้างข้อกำหนดและการออกแบบใหม่ให้กับรถคันใหม่นี้อย่างไรบ้างเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถที่ใหญ่เทอะทะและฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริหารยุคเก่าให้เป็นรถที่ทั้งทันสมัยและดูสปอร์ตขึ้นได้ การออกแบบภายนอก ก่อนที่จะเริ่มโครงการ ทีมออกแบบใช้เวลาราวหกเดือนเพื่อหาว่ารถประเภทไหนกันที่จะมาเป็น XJ คันใหม่ หลังจากการพูดคุยกันในทีมเพื่อกำหนดสัดส่วนของรถแล้ว ทีมงานออกไปสำรวจความเห็นตาม forum และ clinic ต่างๆ (ต้นฉบับเขียนว่าคลินิคจริงๆ ผมเข้าใจว่าคงเป็นคลินิครถมั้ง ใครแปลได้ช่วยผมทีละกันครับ) เพื่อเช๊คกระแสตอบรับว่ารถทรง 3 กล่องมาตรฐานหรือรถแบบ coupe 4 ประตู (fastback) ดีที่ XJ ใหม่ควรจะเป็น คำตอบที่ได้จากชุมชนนั้นตรงกับใจของทีมออกแบบ; รูปทรงแบบ coupe ถูกเลือกให้เป็นอนาคตของ XJ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-large wp-image-2896" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-x351-exterior-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></p>
<p>Jaguar XJ เป็นรุ่นรถซึ่งเป็นที่รักของผู้คนมาตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1968 โมเดลก่อนหน้า XJ ปัจจุบันคือ XJ Mk3 X350 นั้นอยู่ในตลาดมานานจนพ้นกำหนดเปลี่ยนรุ่นไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงดูดีด้วยรูปทรงที่ชวนให้นึกย้อนไปถึงโมเดลรถปี 1986, XJ40</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-ian-callum-2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2899" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-ian-callum-2.jpg" alt="" width="573" height="700" /></a></p>
<p>แล้วการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงพร้อมกับ XJ รุ่นที่ 4 ซึ่งจะวางขายเดือนพฤษภาคมนี้ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Jaguar, Ian Callum เล่าให้ CarDesignNews ฟังว่าเขาและทีมงานสร้างข้อกำหนดและการออกแบบใหม่ให้กับรถคันใหม่นี้อย่างไรบ้างเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถที่ใหญ่เทอะทะและฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริหารยุคเก่าให้เป็นรถที่ทั้งทันสมัยและดูสปอร์ตขึ้นได้</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2895"></span></p>
<h2 style="text-align: left;">การออกแบบภายนอก</h2>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-side-sketch-05.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2908" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-side-sketch-05-575x430.jpg" alt="" width="575" height="430" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p>ก่อนที่จะเริ่มโครงการ ทีมออกแบบใช้เวลาราวหกเดือนเพื่อหาว่ารถประเภทไหนกันที่จะมาเป็น XJ คันใหม่ หลังจากการพูดคุยกันในทีมเพื่อกำหนดสัดส่วนของรถแล้ว ทีมงานออกไปสำรวจความเห็นตาม forum และ clinic ต่างๆ (ต้นฉบับเขียนว่าคลินิคจริงๆ ผมเข้าใจว่าคงเป็นคลินิครถมั้ง ใครแปลได้ช่วยผมทีละกันครับ) เพื่อเช๊คกระแสตอบรับว่ารถทรง 3 กล่องมาตรฐานหรือรถแบบ coupe 4 ประตู (fastback) ดีที่ XJ ใหม่ควรจะเป็น คำตอบที่ได้จากชุมชนนั้นตรงกับใจของทีมออกแบบ; รูปทรงแบบ coupe ถูกเลือกให้เป็นอนาคตของ XJ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-front-sketch-04.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2909" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-xj-front-sketch-04-575x430.jpg" alt="" width="575" height="430" /></a></p>
<p>กระบวนการออกแบบเริ่มในช่วงกลางปี 2006 ด้วยงานสเกตช์จากปากกาของ Adam Hatton หัวหน้าทีมออกแบบภายนอก โดยมี Callum และ  Julian Thompson คอยโยนไอเดียแทรกเข้าไปเป็นระยะ ภาพสเกตช์สุดท้ายถูกนำไปเสนอให้บอร์ดบริหารจัดการของ Jaguar ที่ดูจะยังไม่แน่ใจกับสัดส่วนที่ดูเกินจริงและแนวหลังคาที่ต่ำกับห้องกระจกที่ดูบางแบน</p>
<blockquote><p>แต่สิ่งที่ Callum บอกเราก็คือ: &#8220;สิ่งที่ผมอยากจะให้รถคันนี้แสดงออกมาคือแนวกระจกที่บางและยืดยาวนี่ล่ะ และนี่เป็นโจทย์ของเราตั้งแต่แรกเลย คือการสร้างภาพของรถที่ยาวในทางสายตา เราต้องการขยายผลของการใช้เส้น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-d-e/#dlo">DLO</a> ออกไปให้มากที่สุด เราคิดเรื่องนี้กันตลอดตั้งแต่เริ่มจรดปากกาครั้งแรกเลย&#8221;</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-x351-exterior1.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2910" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/03/jaguar-x351-exterior1-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>ภาพวาดที่ได้รับเลือกแล้วถูกนำมาเรนเดอร์อีกครั้งใน Photoshop, หลังจากนั้นงานออกแบบถูกส่งต่อไปยังชิ้นงาน 3 มิติ ผ่าน Alias และงานต้นแบบดิน clay อีก 3 คัน (ใช้เยอะน่าดู) ซึ่งต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียดอย่างเช่นเส้นหรือกราฟิกเท่านั้น เนื่องจากขนาดและสัดส่วนของรถถูกกำหนดไว้แล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-rear.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2948" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-rear-575x430.jpg" alt="" width="575" height="430" /></a></p>
<blockquote><p>Callum บอกว่ารูปทรงแบบ coupe นั้นมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองดู profile ของรถ &#8220;<a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/car-design-glossary-f/#featureline">feature line</a> ของรถไหลออกมาจากเส้น <a href="http://www.thaicardesign.com/2009/07/car-design-glossary-a-b/#beltline">waistline</a> จากตำแหน่งเสา B ไปทางด้านหน้าและด้านหลังของรถ ที่เราพยายามจะทำคือทำให้เส้นเหล่านี้ดูยาวเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นเราจึงยืดเส้นทางด้านหลังไปจนสุดทางเท่าที่มันไปได้เพื่อเราจะได้<a href="http://www.thaicardesign.com/2009/09/car-design-glossary-o/#overhang"> overhang</a> หลังที่ยาวสวย ซึ่งไปกันได้ดีกับ overhang หน้าที่สั้น เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องทำให้มันไม่สมดุลเพื่อไม่ให้ตัวรถดูหยุดนิ่งเกินไป ด้านข้างของรถนั้นดูสะอาดมาก ความบริสุทธิ์สะอาดนี้สำคัญกับเรามาและผมจะบอกนักออกแบบของผมเสมอว่าถ้าผมเห็นเส้นที่ไม่ตวรจะต้องมีอยู่งานตรงไหนล่ะก็ เส้นนั้นจะต้องถูกเอาออกไป&#8221;</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-front-three-quarter.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2950" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-front-three-quarter-575x430.jpg" alt="" width="575" height="430" /></a></p>
<p>ด้านหน้าของรถนั้นดูค่อนข้างรุนแรง กระจังหน้าที่อ้างอิงมาจาก Mk1 ของ XJ นั้นแม้แต่ Callum ก็ยังยอมรับว่ามัน &#8216;ใหญ่&#8217; โดย Callum บอกว่ามันใหญ่กว่าเขาคิดไปราว 10% แต่เขาคิดว่าในอีก 2-3 ปี ผู้คนจะเริ่มเข้าใจมุมมองนี้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-detail-sketch-taillamp-02.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2951" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-detail-sketch-taillamp-02-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<blockquote><p>ด้านหลังของรถเป็นจุดที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งกันมากที่สุดของรถ Callum พูดถึง stance หรือ &#8216;ท่าทาง&#8217; ของรถไว้ว่า &#8220;สิ่งที่เราพยายามจะสร้างคือความรู้สึกถึง &#8216;น้ำตก&#8217; (waterfall effect) การวางตัวของตัวถังรถกับฐานล้อนั้นเกี่ยวโยงกัน การที่มวลของรถค่อยๆ ถูกบีบเข้าไปด้านบนนั้นให้ความรู้สึกถึงพลังและทำให้เห็นถึงแนวไหล่ของรถ และเมื่อคุณมองรถคันนี้จากด้านหลัง คุณจะเห็นว่ารถมีท่าทีที่มั่นใจเนื่องจากทุกอย่างนั้นค่อยๆ แคบเข้าไปทางด้านบนนั่นเอง&#8221;</p></blockquote>
<h2>การออกแบบภายใน</h2>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-14.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2953" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-14-575x359.jpg" alt="" width="575" height="359" /></a></p>
<p>Callum กล่าวว่างานออกแบบภายในเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากสำหรับทีมออกแบบทีเดียว เนื่องจากครั้งนี้งานออกแบบได้เข้าไปจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของ package รถใหม่มากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา</p>
<p>ก่อนเริ่มงาน ทีมออกแบบภายใน นำโดย Mark Adams ไปเยี่ยมบ้านของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อ XJ พร้อมกล้องวิดีโอเพื่อหาว่ารสนิยมของพวกเขาเป็นอย่างไรและลูกค้ากำลังคิดอะไรอยู่ และพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีเงินพอจะซื้อ XJ ได้นั้นคุ้นเคยกับการมีทางเลือกมากๆ ทีมงานจึงต้องเหนื่อยกับการสรรหาวัสดุชั้นยอดมาใช้ในงานออกแบบภายในของ XJ ( มีงานปิดผิวไม้ถึง 9 ชนิดให้เลือกในการตกแต่งภายใน)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-doors.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2964" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-doors-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>ทีมงานไม่อยากออกแบบตามแนวที่ Callum เรียกว่า &#8220;งานออกแบบแบบ iPod&#8221; ที่พบในงานออกแบบภายในของรถใหม่ๆ หลายคัน &#8211; งานออกแบบที่สะอาด มีความเป็น minimal ใช้งานง่ายและไม่เกินความเข้าใจใดๆ ทีมงานใช้งานวิจัยที่ทำมาเพื่อสร้าง tone ของงานออกแบบ และสิ่งที่งานวิจัยบอกมาก็คือ ผู้ใช้ชอบงานภายในที่แสดงความรู้สึกและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ian-schrager-hotel.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2955" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/ian-schrager-hotel-575x536.jpg" alt="" width="575" height="536" /></a></p>
<p>งานออกแบบภายในของ XJ ยังต้องมีความผ่อนคลายและปล่อยตัว Callum อ้างอิงไปถึงงานตกแต่งภายในของโรงแรมของ Ian Schrager ซึ่งมีความเป็น minimalist แต่ก็มีองค์ประกอบร่วมที่หรูหราอย่างแชนเดอเลียร์อยู่ด้วย ทีมงานยังรู้สึกด้วยว่าระดับของ &#8216;ความผ่อนคลาย&#8217; ในงานออกแบบที่ใส่ลงไปใน XJ นั้นออกจะมากเกินไปหน่อย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-20.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2965" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-20-575x412.jpg" alt="" width="575" height="412" /></a></p>
<p>&#8216;sense of indulgence&#8217; หรือ &#8216;สัมผัสสบาย&#8217; ที่วางอยู่ใน XJ นั้นวางอยู่ใต้งานสถาปัตยกรรมภายในธรรมดา ทีมออกแบบเชื่อว่าเมื่อผู้ขับนั่งอยู่ในรถแล้ว ความรู้สึกที่มีควรจะเป็นความรู้สึกที่เป็นเจ้าของ ดังนั้นการจัดวางอุปกรณ์ควบคุมแบบสปอร์ตจึงเข้ามามีบทบาทในทั้งการจัดวางคอนโซล พนักแขนและพวงมาลัย ทุกการจัดวางออกแบบให้ส่งเสริมความรู้สึกของผู้ใช้มากกว่าที่จะข่มให้กลัว นั่นคือสาเกตุว่าทำไมทุกการควบคุมจะเป็นไปอย่างธรรมชาติและตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-dashboard.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2958" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-dashboard-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>dashboard ทั้งอันถูกกดให้ต่ำลงมาจากความสูงเดิมในรุ่นเก่า 6 นิ้ว เพื่อสร้างความรู้สึกโปร่งให้ผู้โดยสารและสร้างแนวเส้นโอบล้อมจากประตูเข้าไปด้านหน้า ให้ความรู้สึกแบบเรือยอชท์ของ <a href="http://www.riva-yacht.com/visitors/index.php">Riva</a> เกียร์แบบปุ่มหมุนของ Jaguar (ใช้ครั้งแรกใน XF) และเบรคมือไฟฟ้าก็ช่วยให้นักออกแบบมีพื้นที่ให้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ บนคอนโซลกลางได้และยังสามารถดึงคอนโซลให้เข้ามาใกล้ผู้ขับได้มากขึ้น สร้างความรู้สึกของการดูแลอย่างที่ผู้ใช้ Jaguar ชอบ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-17.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2960" title="Jaguar" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/jaguar-xj-17-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>งานสถาปัตยกรรมภายในที่แข็งแรงนี้ยังช่วยให้ทีมออกแบบสร้างสรรค์งานแสงสว่างที่จับตาต้องใจ ช่องแอร์กลมพร้อมไฟรอบๆ นั้นเป็นสิ่งที่ Callum บอกว่าเป็นตัวบ่งบอกถึง XJ ใหม่เลยทีเดียว แต่ช่องแอร์แบบวงกลมนี้ไม่ใช่งานออกแบบแรก มันถูกนำมาใช้แทนที่ช่องแอร์แบบสี่เหลี่ยมซึ่งถูกลงความเห็นว่า &#8216;สปอร์ตไม่พอสำหรับภาพรวม&#8217;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/Jaguar-XJ_2010_800x600_wallpaper_20.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2968" title="Jaguar-XJ_2010_800x600_wallpaper_20" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2010/04/Jaguar-XJ_2010_800x600_wallpaper_20-575x431.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>ถ้าเพียงคุณแค่ลองมองไปที่ XJ ใหม่ แล้วดูว่ามันเปลี่ยนไปมากแค่ไหนในช่วงระยะแค่ 1 รุ่นรถ จะเห็นได้ว่า Callum และลูกทีมประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัยในฐานะทีได้ขับเคลื่อนงานออกแบบของแบรนด์ไปข้างหน้าได้อย่างดีเยี่ยม XJ ใหม่มีความหรูหราและห้องโดยสารที่ผู้ซื้อ XJ คาดหวังจะได้พบ ในขณะทีี่ก้าวไปข้างหน้าด้วยการเป็น sport sedan ที่สามารถแข่งขันได้กับ Mercedes S-Class, BMW 7 Series และ Audi A8 และยังอาจดึงดูดใจผู้ซื้อ Maserati Quattroporte หรือแม้แต่ Bentley Continental GT Flying Spur ได้ด้วยในรุ่น V8 supersport นั่นนับเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมทีเดียว</p>
<p>ต้นฉบับที่ <a href="http://www.cardesignnews.com/site/home/design_development/display/store4/item190593/">CarDesignNews</a></p>
<p>อัลบั้มภาพ Jaguar XJ ที่ <a href="http://www.netcarshow.com/jaguar/2010-xj/">NetCarShow</a></p>
<p><strong><a href="http://picasaweb.google.co.th/ThaiCarDesign/JagXJDesignImages?feat=directlink">อัลบั้มภาพ: Jaguar XJ design development</a></strong></p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=2895&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2010/04/design-development-jaguar-xj/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bertone BAT 11 DK Concept</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2009/06/bertone-bat-11-dk-concept/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2009/06/bertone-bat-11-dk-concept/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 06:17:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[design images]]></category>
		<category><![CDATA[design story]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=1254</guid>
		<description><![CDATA[อัลบั้มภาพ design images ของ Bertone BAT 11 DK Concept ครับ ผมรวมภาพจากหลายที่ น่าจะครบชุดเท่าที่มีในเนตแล้ว (อีกหนึ่ง post ตกค้างข้ามเดือน) เรื่องราวของงานออกแบบของ Bertone Alfa Romeo BAT 11 DK Concept ถูกเผยแพร่ผ่านทาง Virtual Car, BAT11 ถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆตามคำสั่งสร้างพิเศษในสตูดิโอออกแบบของ Bertone ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ BAT รุ่นต่างๆที่ถูกออกแบบขึ้นระหว่างช่วงปี 1950-60 BAT11 เปิดตัวครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการในงาน Geneva Motor Show ปี 2008 โดยเป็นช่วงหลังจากวิกฤติของ Bertone ก่อนหน้านั้น และถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Detroit 2009 ที่พึ่งผ่านไปพร้อมด้วยข้อมูลเบื้องหลังที่น่าสนใจจาก Bertone Alfa Romeo BAT prototypes ( BAT ย่อมาจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a rel="attachment wp-att-1258" href="http://www.thaicardesign.com/2009/06/bertone-bat-11-dk-concept/bat11-valery-03/"><img class="aligncenter size-large wp-image-1258" title="bat11-valery-03" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/06/bat11-valery-03-640x302.jpg" alt="bat11-valery-03" width="573" height="270" /></a></p>
<p>อัลบั้มภาพ design images ของ Bertone BAT 11 DK Concept ครับ ผมรวมภาพจากหลายที่ น่าจะครบชุดเท่าที่มีในเนตแล้ว (อีกหนึ่ง post ตกค้างข้ามเดือน)</p>
<p>เรื่องราวของงานออกแบบของ Bertone Alfa Romeo BAT 11 DK Concept ถูกเผยแพร่ผ่านทาง <a href="http://www.virtualcar.it/?p=12558">Virtual Car</a>, BAT11 ถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆตามคำสั่งสร้างพิเศษในสตูดิโอออกแบบของ Bertone ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ BAT รุ่นต่างๆที่ถูกออกแบบขึ้นระหว่างช่วงปี 1950-60 BAT11 เปิดตัวครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการในงาน Geneva Motor Show ปี 2008 โดยเป็นช่วงหลังจากวิกฤติของ Bertone ก่อนหน้านั้น และถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Detroit 2009 ที่พึ่งผ่านไปพร้อมด้วยข้อมูลเบื้องหลังที่น่าสนใจจาก Bertone</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1254"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/Bertone-BAT-prototypes-sketches-lg.jpg" alt="" width="575" height="366" /></p>
<p>Alfa Romeo BAT prototypes ( BAT ย่อมาจาก <em>Berlinetta Aerodinamica Tecnica</em>) ถูกรังสรรค์ขึ้นที่ Bertone โดย <strong>Franco Scaglione</strong>, ผู้ซึ่งรวมเอาความสวยงามและแอโรไดนามิคส์เข้าด้วยกันจนสามารถลดค่า <strong>drag coefficient ลงจนเหลือ 0.19</strong> ได้</p>
<p>BAT series ประกอบด้วยรถสามคัน: คันแรก <strong>BAT 5</strong> เปิดตัวในปี 1953 ที่ Turin Motor Show ตัวรถมีพื้นฐานจากรถ Alfa 1900 Sprint และเป็นรถที่แนะนำกันชนท้ายขนาดใหญ่กับปีกหลังม้วนโค้งให้โลกรู้จัก</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/Bertone-Alfa-Romeo-BAT-Prototypes-lg.jpg" alt="" width="574" height="561" /></p>
<p>หนึ่งปีหลังจากนั้น Bertone เปิดตัว <strong>BAT 7</strong>, รถที่พาแนวคิดของ BAT 5 ไปสุดโต่งยิ่งกว่าเดิม ในปี 1955 <strong>BAT 9</strong> ประสบความสำเร็จกับการนำจิตวิญญานนั้นไปสู่รถที่เกือบจะผลิตขายได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/Gary-Kaberle-and-his-Bertone-BAT-9-lg.jpg" alt="" width="574" height="571" /></p>
<p>ผลงานต้นแบบตัวสุดท้ายซึ่งถูกทำสีใหม่เป็นสีแดง ถูกส่งไปที่อเมริกาและถูกขายให้กับนักศึกษาแพทย์วัย 17 ปี  <strong>Gary Kaberle</strong> ซึ่งหลังจากเห็นรูปรถตัวเองในสีดั้งเดิมที่เป็นสีเทาบนปกนิตยสาร <em>Road&amp;Track</em> แล้วจึงได้รู้ว่าตัวเองได้รถหายากมาแล้ว Gary ติดต่อ Bertone เพื่อจะ<strong>บูรณะรถให้สมบูรณ์เหมือนเดิม</strong> โครงการบูรณะเสร็จสิ้นในช่วงปี 80 และต่อมา BAT 9 ก็ได้กลายเป็นดาวเด่นในงานประกวดรถหายากหลายงาน</p>
<p>ในช่วงปี 90 เพื่อจ่ายค่ารักษาสุดแพงของ<strong> </strong><strong> Debbie </strong><strong>ภรรยาของ Gary</strong> Gary ได้ขาย BAT 9 ให้กับนักสะสมจาก Las Vegas คนหนึ่ง ผู้ซึ่งมี BAT อีกสองคันอยู่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/Bertone-BAT-11-DK-Sketches-2-lg.jpg" alt="" width="573" height="374" /></p>
<p>หลายปีหลังจากนั้น Gary ตัดสินใจที่จะทำการรำลึกถึงภรรยาผู้จากไป และเจ้า<em> &#8220;รถประหลาด&#8221;</em> ที่เขาครอบครองมากว่า 28 ปี เขาติดต่อ Bertone อีกครั้งและสั่งสร้าง <strong>BAT คันที่ 4</strong> โดยใช้พื้นฐานจากแชสซีส์ของ Alfa Romeo 8C Competizione ดังนั้น รถ <strong>BAT 11 DK</strong> (&#8220;<em><strong>Debbie Kaberle</strong></em>&#8220;) จึงสำเร็จขึ้นในปี 2005</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/Bertone-BAT-11-DK-Concept-Design-lg.jpg" alt="" width="575" height="384" /></p>
<p>ทีมออกแบบของ Bertone นำโดย <strong>David Wilke</strong> ใช้แรงบันดาลใจจาก BAT ตัวที่สุดโต่งที่สุดในทั้งสามต้นแบบ นั่นคือ<strong>ปีกหลังโค้งของ BAT 7 </strong>ผลลัพธ์สุดท้ายนั้นรวมเอาทั้งจิตวิญญานของต้นแบบดั้งเดิมกับภาษาการออกแบบสมัยใหม่ ส่วนผสมของเส้นตรงและโค้งนั้นถูกแปลออกมาผ่านสไตล์แบบ <em>&#8220;Neo-Gothic&#8221;</em></p>
<p>ณ วันนี้ Gary Kaberle&#8217;s หวังว่าจะนำ BAT ไปเป็นรถผลิตจำนวนน้อยซึ่งอาจจะนำ Bertone ผ่านวิกฤติทางเศรษฐกิจได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>เป็นเรื่องราวการออกแบบที่น่ารักที่สุดตั้งแต่เคยแปลมา ใครอยากทำรถให้คนที่เรารักมั่งไหมครับ</p>
<p><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/15/">gallery: Bertone BAT11</a> โดย CarBodyDesign</p>
<p><a href="http://picasaweb.google.com/ThaiCarDesign/BertoneBAT11Concept?feat=directlink">gallery: Bertone BAT11</a> โดย ThaiCarDesign</p>
<p>แปลจากบทความต้นฉบับที่ <a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/28-bertone-bat-11-dk/">CarBodyDesign</a> ครับ</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=1254&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2009/06/bertone-bat-11-dk-concept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Mercedes-Benz E-Class Coupé: the design</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2009/04/mercedes-benz-e-class-coupe-the-design/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2009/04/mercedes-benz-e-class-coupe-the-design/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2009 03:36:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[design story]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[coupe]]></category>
		<category><![CDATA[E-class]]></category>
		<category><![CDATA[Mercedes]]></category>
		<category><![CDATA[Mercedes-Benz]]></category>
		<category><![CDATA[production cars]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=1015</guid>
		<description><![CDATA[รายละเอียดคร่าวๆ 3 เดือนหลังจากเปิดตัวรุ่น sedan, Mercedes ก็ได้ทำการเปิดตัว E-class coupe รูปทรงเพรียวลม ค่า cd แค่ 0.24 ออกมาที่งาน Geneva Motorshow 2009 รูปทรงนั้นเป็นแบบ coupe แนวอนุรักษ์นิยม ไม่มีเสา B และกระจกแยกส่วนได้ รูปทรงนั้นโฉบเฉี่ยวมาก ค่า cd 0.24 นั้นส่งให้ E-class ขึ้นแท่นรถ production ที่มี aerodynamics ดีที่สุดในโลก เครื่องยนต์นั้นมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบสี่สูบใหม่ที่ทั้งให้กำลังมากขึ้นและกินน้ำมันน้อยลงถึง 17% มาให้เลือกด้วย ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งคือ E250 CDI BlueEFFICIENCY coupe ที่กินน้ำมันดีเซลแค่ 5.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรและก่อไอเสียที่ 135 กรัมต่อกิโลเมตร ทำให้ E กลายเป็นรถที่ประหยัดที่สุดในคลาส การประหยัดนั้นยังเกิดจากระบบไฟฟ้าภายในใหม่ ยางแรงเสียดทานต่ำ รวมถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a rel="attachment wp-att-1036" href="http://www.thaicardesign.com/2009/04/mercedes-benz-e-class-coupe-the-design/mercedes-benz-e-class-design-sketch-3-lg/"><img class="aligncenter size-large wp-image-1036" title="mercedes-benz-e-class-design-sketch-3-lg" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/05/mercedes-benz-e-class-design-sketch-3-lg-1024x682.jpg" alt="mercedes-benz-e-class-design-sketch-3-lg" width="573" height="382" /></a></p>
<h3>รายละเอียดคร่าวๆ</h3>
<p>3 เดือนหลังจากเปิดตัวรุ่น<a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/01/21-mercedes-benz-e-class/"> sedan</a>, Mercedes ก็ได้ทำการเปิดตัว <a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/07-mercedes-benz-e-class-coupe/">E-class coupe</a> รูปทรงเพรียวลม ค่า cd แค่ 0.24 ออกมาที่งาน Geneva Motorshow 2009</p>
<p>รูปทรงนั้นเป็นแบบ coupe แนวอนุรักษ์นิยม ไม่มีเสา B และกระจกแยกส่วนได้ รูปทรงนั้นโฉบเฉี่ยวมาก ค่า cd 0.24 นั้นส่งให้ E-class ขึ้นแท่นรถ production ที่มี aerodynamics ดีที่สุดในโลก เครื่องยนต์นั้นมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบสี่สูบใหม่ที่ทั้งให้กำลังมากขึ้นและกินน้ำมันน้อยลงถึง 17% มาให้เลือกด้วย ตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งคือ E250 CDI BlueEFFICIENCY coupe ที่กินน้ำมันดีเซลแค่ 5.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรและก่อไอเสียที่ 135 กรัมต่อกิโลเมตร ทำให้ E กลายเป็นรถที่ประหยัดที่สุดในคลาส การประหยัดนั้นยังเกิดจากระบบไฟฟ้าภายในใหม่ ยางแรงเสียดทานต่ำ รวมถึง aerodynamics ทีดีก็มีส่วนช่วยมากเช่นกัน</p>
<p>ความปลอดภัย: ระบบกันสะเทือน selective damper control ให้คุณปรับแต่งระบบกันสะเทือนได้ง่ายเพียงหลายนิ้วสัมผัส, ระบบตรวจจับการหลับขณะขับขี่, ระบบฝากระโปรงหน้า active ป้องกันการชนคนเดินถนน, ไฟหน้าแบบปรับองศาได้, ระบบจดจำสัญญานจราจร, ระบบเบรคอัตโนมัติและระบบอื่นๆอีกมากมาย ทั้งหมดนี้เปิดให้จองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Mercedes ใกล้บ้านคุณ</p>
<p>อ่านต่อด้านในครับ..</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1015"></span><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Wind-Tunnel-1-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Wind-Tunnel-1-lg.jpg" alt="" width="574" height="397" /></a></p>
<h3>การออกแบบภายนอก</h3>
<p>E Coupe ใหม่นี้ใช้องค์ประกอบทางการออกแบบหลายอย่างกับรถอื่นๆในค่าย เช่น กระจกที่ไม่มี B-pillar มารบกวน กระจังหน้าแนวสปอร์ตที่มีโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ด้านหน้า เป็นต้น ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนคู่นั้นใช้การออกแบบร่วมกับตัว sedan แต่ออกแบบให้ sport กว่า เฉียบคมกว่าเพื่อให้ได้ภาพรวมที่ dynamic มากขึ้น โค้งตรงซุ้มล้อหลังก็โดดเด่นมาก ใช้โค้งทรงเดียวกัน 1955 Mercedes &#8216;Ponton&#8217; S220 ซึ่งช่วยให้รถมี dynamic และดูเป็นนักกีฬาขึ้นมากทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-3-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-3-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-17-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-17-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>รูปทรงโดยรวมของด้านหน้ารถนั้นสื่อถึงรูปทรงของลูกธนู ปลายแหลมที่วิ่งจากหน้ารถ ผ่านกระจังไปจนถึงฝากระโปรงนั้นช่วยขับเน้นไฟหน้าคู่ให้โดดเด่นและดูทรงพลัง เมื่อมองจากด้านข้าง สัดส่วนแบบ coupe ถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งฝากระโปรงหน้ายาวๆ ประตูกว้างๆ เส้น shoulderline ที่สูง กระจกที่วิ่งยาวตลอดตัวรถ หลังคาลาดต่ำรวมถึง overhang ด้านหลังที่สั้น ทั้งหมดสื่อถึงรถที่เร็ว บุคลิกลักษณะของภาษาการออกแบบพื้นผิวของ Mercedes ว่า <strong>interplay of edges and surfaces (การมีส่วนร่วมกันของเส้นและพื้นผิว)</strong> นั้นถูกแสดงด้วยเส้นโค้งเว้าด้านหลังตัวรถที่เหมือนกับเส้นกล้ามเนื้อตึงๆทั้งแผ่น เส้นที่เฉียบคมนั้นวิ่งเข้าออกจากพื้นผิวทั่วคันอย่างกลมกลืน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-5-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-5-lg.jpg" alt="" width="572" height="428" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-12-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-12-lg.jpg" alt="" width="574" height="431" /></a></p>
<p>โค้งซุ้มล้อนั้นถูกออกแบบโดยผ่านการพิจารณาแล้วว่าจะมีส่วนช่วยให้รถทั้งคันดูไม่ราบเรียบจนเกินไป การมีด้านหน้าและด้านหลังที่มีความแตกต่างกันนั้นก็ช่วยขับความเป็นนักกีฬาของรถออกมาได้เช่นกัน เส้นรอยพับ (crease) กลางฝากระโปรงนั้นวิ่งจากกระจังหน้าทรงหัวลูกศรไปตลอดฝากระโปรงจนถึงกระจกหน้า กระจังแบบมีแถบคาดโครเมียมสองแถบพร้อมตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่สื่อถึงทั้งเอกลักษณ์ของ brand และความสปอร์ตบนความหรูหรา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/05/mercedes-benz-e-class_coupe_2010_1600x1200_wallpaper_57.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-1039" title="mercedes-benz-e-class_coupe_2010_1600x1200_wallpaper_57" src="http://www.thaicardesign.com/wp-content/uploads/2009/05/mercedes-benz-e-class_coupe_2010_1600x1200_wallpaper_57-640x480.jpg" alt="mercedes-benz-e-class_coupe_2010_1600x1200_wallpaper_57" width="575" height="432" /></a></p>
<p>ไฟหน้าคู่นั้นอ้างอิงรูปทรงจากรุ่น saloon แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง มันทั้งยาวกว่า เฉียบคม ลาดเอียงมากกว่า และแบนกว่า โดยรวมแล้วทั้งหมดนั้นทำให้มันดู dynamic มากกว่า กรอบไฟด้านในแบบสี่เหลี่ยมกับโคมทรงกลมนั้นช่วยให้งานตกแต่งภายในโคมไฟส่องสว่างดูมีระดับและช่วยให้ไฟหน้าเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความหรูหราให้กับด้านหน้ารถ</p>
<p>กันชนและช่องรับลมขนาดใหญ่นั้นสื่อถึงเหลี่ยมสันและความแข็งแรงชัดเจน เส้นเฉียงสองเส้นที่ช่องรับลมด้านหน้านั้นช่วยขับเน้นกระจังหน้าและยังสื่อกลับไปถึงแนวทางการออกแบบอนุรักษ์นิยมเดิมๆของ Merc ได้ ไฟกลางวันแบบ LED ก็เป็นเส้นวิ่งตาม profile ของช่องรับลมด้านหน้าทั้งสองฝั่งเป็นตัว L ช่วยให้เส้นสายโดยรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวมากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Gorden-Wagener-2-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Gorden-Wagener-2-lg.jpg" alt="" width="575" height="381" /></a></p>
<p style="text-align: center;">Gordon Wagener, Mercedes-Benz head of design</p>
<h3>ด้านหลัง</h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-2-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Design-Sketch-2-lg.jpg" alt="" width="574" height="431" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-14-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-14-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>งานออกแบบด้านหลังแสดงให้เห็นถึงมัดกล้ามและช่วยให้ตัวรถดูกว้างขึ้น feature line ที่โดดเด่นเหนือซุ้มล้อหลังนั้นเป็นทั้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Mercedes และช่วยให้ design จากด้านหน้ารถถูกส่งต่อไปสู่ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ไฟท้ายแบบ LED เรียงตัวในแนวเฉียงยาวตั้งแต่บานฝากระโปรงท้ายไปจรดตัวถังด้านข้าง ช่วยเน้นความกว้างและ dynamic ของรถ ระบบไฟท้าย LED นั้นมี background light ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับดวงไฟแบบ LED ช่วยให้ยังรักษาความสว่างและรูปร่างของแสงไฟแบบดั้งเดิมไว้ได้ สัญญานไฟเลี้ยวถูกวางอยู่ระหว่างไฟท้ายและไฟเบรค ในขณะที่ไฟถอยและไฟตัดหมอกหลังนั้นรวมอยู่กับบานท้าย และแม้จะเป็นโคมไฟแบบแยก แต่เส้นรอยต่อที่แคบมากระหว่างฝาท้ายกับตัวถังข้างรถทำให้แนวเส้นไฟท้ายยังคงเชื่อมหากันได้โดยไม่เห็นเส้นรอยต่อตอนกลางคืน ดังนั้น ด้านท้ายของตัวรถในเวลากลางคืนของรถคั้นนี้จะยังคงภาพลักษณ์ของท้ายที่กว้างและแนวเส้นไฟท้ายที่วิ่งออกไปด้านข้างได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/lh/photo/IwROafUpwnI8vbbz3lCBiA?feat=directlink"><img class="aligncenter" src="http://lh3.ggpht.com/_9dFbJhrTofE/ShTMPSA9kfI/AAAAAAAABKI/0K9mSMKZbXI/s576/mercedes-concept-fascination-10.jpg" alt="" width="572" height="430" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-9-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-9-lg.jpg" alt="" width="575" height="394" /></a></p>
<p>กันชนท้ายมีเส้นที่ลากขึ้นเพื่อสร้างความรู้สึกเบาเมื่อมองเห็น เส้นที่คมนั้นขับความสปอร์ตและแสดงควมแตกต่างระหว่างรุ่นเครื่องยนต์ได้ด้วย (รุ่น 350 กับ 500 กันชนท้ายต่างกันนะครับ สังเกตดูใน <a href="http://picasaweb.google.co.th/ThaiCarDesign/E?feat=directlink">gallery</a>) ด้านล่างกันชน ท่อไอเสียวงรีเดี่ยวหมายถึงเครื่องยนต์สี่สูบเรียง เครื่องยนต์ V6 จะถูกแสดงผ่านทางท่อวงรีคู่และรุ่นเครื่องยนต์แปดสูบจะมีชุดสเกิร์ต-กันชนท้ายใหม่พร้อมกับท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยม</p>
<h3>งานสี</h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-11-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-11-lg.jpg" alt="" width="575" height="383" /></a></p>
<p>มีสีทั้งหมด 12 สีซึ่งเป็นสีใหม่ 5 สีให้เลือกรวมทั้งสี stannite grey ที่มีส่วนผสมของเม็ดสี effect และมี aluminum สูง ซึ่งเมื่ออยู่ในแสงที่แตกต่างกันเช่นเมื่อรับแสงสีเขียวก็จะแสดงสีเบจจางๆออกมาซึ่ง effect เหล่านี้ช่วยขับรูปทรงของ new E-class coupe ได้ดียิ่งขึ้น</p>
<h3>การออกแบบภายใน</h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-4-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-4-lg.jpg" alt="" width="572" height="429" /></a></p>
<p>ในงานออกแบบภายใน นักออกแบบต้องสานต่อความแน่นหนาและความสปอร์ตจากด้านนอก ทั้งพื้นผิวที่กลืนกันและเส้นที่จับไว้ชัดเจนนั้นชวนให้นึกถึงงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เมื่อมองเข้าไปในห้องโดยสารที่ทั้งดูหรูหราและมีคุณค่า</p>
<p>คอนโซลหน้าด้านบนนั้นฉาบไว้ด้วยโทนสีเข้มเพื่อลดการสะท้อนของแสง สีในห้องโดยสารแบบทูโทนเพื่อสร้าง contrast ที่น่าสนใจ ทั้งหมดเพื่อสร้างทั้งภาพลักษณ์และสัมผัสที่สปอร์ตและคงภาพรวมของรถที่กระฉับกระเฉงให้กับ coupe คันใหม่นี้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-5-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-5-lg.jpg" alt="" width="574" height="431" /></a></p>
<p>แผงหน้าปัทม์แบบท่อเรียง 5 ท่อดูบางเฉียบพร้อมขอบโครเมียม พื้นหลังของ scale นั้นเป็นสีเงิน สีเงินและดำถูกใช้เป็น background ของ dashboard ด้วย โดยจะเป็นสีอะไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกชุด color and trim ภายใน สีของพวงมาลัยก็เช่นกัน ปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัยนั้นเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยที่ซื้อ ถัดมาจากชุดพวงมาลัยก็เป็นที่ที่ทั้งผุ้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าจะต้องเจอเป็นอย่างแรก &#8211; คอนโซลกลางที่ประกอบด้วยแผงควบคุมชุดเครื่องเสียง วิทยุ ระบบนำทาง และอื่นๆ ทั้งหมดควบคุมได้ด้วยปุ่มหมุนและกดตรงกลางระหว่างเบาะคู่หน้า ในตำแหน่งที่เมื่อพักแขนลงไปก็จะอยู่ตรงมือพอดี ซึ่งที่พักแขนนี้ยังช่วยผ่อนคลายข้อมือเวลาที่ใช้ปุ่มควบคุมนี้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/lh/photo/s2dP94k-s2L6RlKRi5VCTg?feat=directlink"><img class="aligncenter" src="http://lh3.ggpht.com/_9dFbJhrTofE/ShTTE5NzRmI/AAAAAAAABN4/IqTC28RLZHc/s576/Mercedes-Benz-E-Class_Coupe_2010_1600x1200_wallpaper_6f.jpg" alt="" width="575" height="432" /></a></p>
<p>รูปทรงแบบ arrow-head shape ที่เห็นจากด้านนอกรถยังมีอยู่ที่บริเวณกลางคอนโซลด้วย เส้นแบ่งนี้วิ่งลากผ่านชุดอุปกรณ์ควบคุมต่างๆไปจนถึงคอนโซลกลางด้านล่าง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-6-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-6-lg.jpg" alt="" width="574" height="430" /></a></p>
<p>การจัดแสงของหลังคากระจกช่วยสร้างบรรยากาศพิเศษให้กับห้องโดยสาร แสงมีส่วนช่วยในทางบวกทำให้ผู้โดยสารภายในรู้สึกถึงความสบายได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงมีไฟสร้างบรรยากาศตลอดโครงสร้างหลังคา ด้านหน้ายังมีไฟอ่านหนังสือสำหรับผู้โดยสารคู่หน้าด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/lh/photo/2A8yMNJ52jokyni46Pr0iA?feat=directlink"><img class="aligncenter" src="http://lh4.ggpht.com/_9dFbJhrTofE/ShTW39n8lDI/AAAAAAAABPA/5FBYr_23fKs/s576/Mercedes-Benz-E-Class_Coupe_2010_1600x1200_wallpaper_29.jpg" alt="" width="568" height="427" /></a></p>
<p>ส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันดีในห้องโดยสารนี้เกิดจากหลังคากระจกกันความร้อนแบบ panoramic เลื่อนเปิด-ปิดได้ซึ่งนอกจากเรื่องงานออกแบบภายในและการให้บรรยากาศแล้วยังมีส่วนช่วยให้งานออกแบบภายนอกสมบูรณ์ขึ้นจากการที่สามารถลากแนวกระจกยาวตลอดตั้งแต่กระจกหน้าถึงกระจกหลังได้โดยไม่เสีย design การใช้หลังคากระจกนี้ทำให้ห้องโดยสารดูโล่งสว่างขึ้นโดยยังสามารถรักษาความเป็นส่วนตัวได้ด้วยการเลือกปิดกระจกด้วยระบบไฟฟ้า</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-3-lg.jpg"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/Mercedes-Benz-E-Class-Coupe-Interior-3-lg.jpg" alt="" width="573" height="430" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/lh/photo/WDfdVBZq9yfW2orhAzeMsg?feat=directlink"><img class="aligncenter" src="http://lh4.ggpht.com/_9dFbJhrTofE/ShTTPAALXCI/AAAAAAAABOE/cBJ9imed4R4/s576/Mercedes-Benz-E-Class_Coupe_2010_1600x1200_wallpaper_75.jpg" alt="" width="573" height="430" /></a></p>
<p>งานออกแบบเบาะเองก็ช่วยขับความสปอร์ตออกมาเช่นกัน ด้วยรูปทรงชิ้นเดียวแบบเบาะรถแข่งแม้แต่ในแบาะหลัง และแม้ว่าจะถูกออกแบบมาให้นั่งได้สี่คน แต่ coupe คันนี้ยังมาพร้อมกับเบาะหลังแบบเลือกพับได้ในอัตราส่วน 1/3 หรือ 2/3 เพื่อใช้งานอื่นๆ เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตนั้นใช้เส้นสายที่เป็นเหลี่ยมสันกับตัวรับสรีระด้านข้าง  และใช้เส้นนอนตรงส่วนหุ้มบุที่รองรับหลังเพื่อสร้างความรู้สึกร่วมสมัย ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความประทับใจให้กับงานออกแบบ อีกทั้งยังนั่งสบายอีกด้วย รอยต่อของงานหุ้มบุด้วยมือนั้นเรียบสนิทไปกับขอบเบาะอย่างที่เบาะคุณภาพสูงควรเป็น เบาะธรรมดาเป็นผ้าและหนังเทียมประกอบกัน ส่วนเบาะหนังแท้เป็นออพชั่น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://picasaweb.google.co.th/lh/photo/sif6rADLDMenAFp9B0DArg?feat=directlink"><img class="aligncenter" src="http://lh4.ggpht.com/_9dFbJhrTofE/ShTS402caUI/AAAAAAAABNo/_QGIqQkk4ck/s576/Mercedes-Benz-E-Class_Coupe_2010_1600x1200_wallpaper_65.jpg" alt="" width="574" height="431" /></a></p>
<p>trimming option ที่ติดรถมาเป็นมาตรฐานนั้นใช้ลาย brushed aluminum เป็นหลักเพื่อสร้างอารมณ์สปอร์ต แต่ลูกค้าจะสามารถเลือก trim ลายไม้, ดำเงา, ลายสน ในทุกแบบของ trim มีขอบโครเมียมเดินอยู่ด้านบน</p>
<p>คู่สีที่ให้เลือกสำหรับงานตกแต่งภายในประกอบด้วยห้าคู่สี ได้แก่</p>
<p>black, alpaca grey กับ almond beige (ต้องเป็นคู่สี contrast เพื่อความสปอร์ต)</p>
<p>black กับ natural beige หรือ flamenco red เป็นสีพิเศษ สีดำ (black) เป็นสีพื้นฐานของงานตกแต่งภายใน</p>
<p>ที่มา: Mercedes ผ่าน <a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/">CarBodyDesign</a></p>
<p>แปลและเรียบเรียงภาพประกอบ: ThaiCarDesign</p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="600" height="400" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="data" value="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" /><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FThaiCarDesign%2Falbumid%2F5338115868236890433%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="600" height="400" src="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FThaiCarDesign%2Falbumid%2F5338115868236890433%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US" data="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf"></embed></object></p>
<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/ThaiCarDesign/E?feat=directlink">gallery</a> ผมแอบใส่ design images ของ E-class sedan ไปด้วย เข้าใจว่าคงชอบเซฟกัน</p>
<p><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/04/27-mercedes-benz-e-class-coupe/30/">gallery จาก CarBodyDesign</a></p>
<p><a href="http://www.netcarshow.com/mercedes-benz/2010-e-class_coupe/">gallery ที่ NetCarShow.com</a></p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=1015&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2009/04/mercedes-benz-e-class-coupe-the-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Dacia Duster concept</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2009/03/dacia-duster-concept/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2009/03/dacia-duster-concept/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 07:40:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[design story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=808</guid>
		<description><![CDATA[พอมีเวลาว่างแล้ว ขอลงเรื่องรถที่ชอบสักหน่อย Dacia เปิดตัว concept car คันแรกของค่ายในชื่อ  Duster, crossover แห่งอนาคต พัฒนาโดยฝ่ายออกแบบของ Renault ใน Bucharest และ Guyancourt งานออกแบบที่ดูบึกบึนและโฉบเฉี่ยวมาพร้อมกับห้องโดยสารภายในแบบแยกส่วนซึ่งปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ Dacia Duster เป็นรถแห่งอนาคตที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของความความเรียบง่าย ความแข็งแกร่งและความเชื่อถือได้ให้กับ brand Dacia Duster เป็น concept car คันแรกของ Dacis และเป็นผลผลิตจากการร่วมมือกันระหว่าง Renault Design Central Europe ใน Bucharest ในโรมาเนีย กับ Renault Design Technocentre ใน Guyancourt ประเทศฝรั่งเศส จุดเด่นของงานออกแบบภายนอก คืองานออกแบบประตูแบบไม่สมมาตรสองฝั่ง ในด้านท้าย พื้นผิวด้านบน-ล่างของรถวิ่งมาบรรจบกันที่ไฟท้ายรูปตัว Y ซึ่งเป็นพื้นผิวลอยแยกต่างหากออกมาจากพื้นผิวด้านในอีกชั้นหนึ่งคล้ายกับปีกด้านข้างเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ งานออกแบบภายในถูกกำหนดบุคลิกด้วยหลังคากระจกขนาดใหญ่ พร้อมเบาะที่นั่งแบบปรับเปลี่ยนได้เพื่อการใส่รถจักรยานด้านข้างคนขับ (ดูวิดิโอ) งานออกแบบชิ้นนี้เป็นโครงการร่วมมือทางเทคนิคกับ ProtoStyle [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอมีเวลาว่างแล้ว ขอลงเรื่องรถที่ชอบสักหน่อย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/_Dacia-Duster-Concept-01.jpg" alt="" width="355" height="266" /></a></p>
<p style="text-align: left;">Dacia เปิดตัว concept car คันแรกของค่ายในชื่อ  Duster, crossover แห่งอนาคต พัฒนาโดยฝ่ายออกแบบของ Renault ใน Bucharest และ Guyancourt งานออกแบบที่ดูบึกบึนและโฉบเฉี่ยวมาพร้อมกับห้องโดยสารภายในแบบแยกส่วนซึ่งปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ</p>
<p style="text-align: left;"><span id="more-808"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/5/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-06.jpg" alt="" width="355" height="200" /></a></p>
<p style="text-align: left;">Dacia Duster เป็นรถแห่งอนาคตที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของความความเรียบง่าย ความแข็งแกร่งและความเชื่อถือได้ให้กับ brand Dacia<br />
Duster เป็น concept car คันแรกของ Dacis และเป็นผลผลิตจากการร่วมมือกันระหว่าง Renault Design Central Europe ใน Bucharest ในโรมาเนีย กับ Renault Design Technocentre ใน Guyancourt ประเทศฝรั่งเศส<br />
จุดเด่นของงานออกแบบภายนอก คืองานออกแบบประตูแบบไม่สมมาตรสองฝั่ง ในด้านท้าย พื้นผิวด้านบน-ล่างของรถวิ่งมาบรรจบกันที่ไฟท้ายรูปตัว Y ซึ่งเป็นพื้นผิวลอยแยกต่างหากออกมาจากพื้นผิวด้านในอีกชั้นหนึ่งคล้ายกับปีกด้านข้างเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/22/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-23.jpg" alt="" width="355" height="199" /></a></p>
<p style="text-align: left;">งานออกแบบภายในถูกกำหนดบุคลิกด้วยหลังคากระจกขนาดใหญ่ พร้อมเบาะที่นั่งแบบปรับเปลี่ยนได้เพื่อการใส่รถจักรยานด้านข้างคนขับ (ดูวิดิโอ) งานออกแบบชิ้นนี้เป็นโครงการร่วมมือทางเทคนิคกับ ProtoStyle (Body styling) และ Michelin</p>
<h3><strong>การออกแบบ</strong></h3>
<p style="text-align: left;">Dacia Duster นั้น เมื่อมองจากฝั่งคนขับแล้ว จะเห็นเป็นรถแบบ sport coupé ในขณะที่ผู้โดยสารที่เข้าจากอีกฝั่งจะเห็นมันเป็นรถ MPV (Multi Purpose Vehicle) ที่มีประตูบานหน้า-หลังเปิกแบบตู้กับข้าว ให้ความหรูหราแก่การเดินทาง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/12/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-13.jpg" alt="" width="355" height="200" /></a><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/6/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-07.jpg" alt="" width="355" height="200" /></a></p>
<p style="text-align: left;">สัดส่วนของ Duster ความสูง 1.49 เมตร overhang ด้านหน้ายาว 65 cm และ 80 cm ที่ด้านหลัง wheelbase กว้างๆที่ 2.8 เมตร ยาว 4.25 เมตรและกว้าง 16.4 เมตร (ขนาดประมาณ มาสด้า3 ยกสูง)</p>
<p style="text-align: left;">กันชนขนาดใหญ่ด้านหน้าพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่บ่งบอกถึงพลัง  กระจังหน้าแบบของ Dacia พร้อมไฟหน้าแบบติดในกระจัง เส้นไฟหน้าเดินยาวไปจนถึงแก้มข้างและประตูหน้า</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/13/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-14.jpg" alt="" width="355" height="199" /></a><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/15/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-16.jpg" alt="" width="355" height="199" /></a></p>
<p>มองจากด้านข้าง เส้นด้านข้างที่ชัดเจน ทั้งซุ้มล้อและเส้นขอบประตูช่วยสร้างความประทับใจให้กับตัวรถตอนที่จอดบนถนน สีเทา Anthracite วิ่งยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดหลัง เป็นกราฟิกเฉพาะตัวของ Duster ที่เกิดขึ้นจากการเอาเสากลางออก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/23/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-24.jpg" alt="" width="355" height="199" /></a></p>
<p>logo ของ Dacia ที่ด้านหลังของ Duster นั้นเป็นสิ่งรับรองความแข็งกร้าวของรถ Duster ยาว 4.25 เมตรเหมือนกับ Logan (Dacia Logan) แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยองค์ประกอบอย่างล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว กระจกมองข้างที่ยกสูงขึ้นไปบนกระจกหน้า ปลายท่อสี่เหลี่ยมคางหมู</p>
<p>มีการใส่ใจเกี่ยวกับ aerodynamics ของ Duster เป็นพิเศษด้วยค่า Cd เพียง 0.30 เส้นที่ไหลลื่นด้านข้างตัวรถนั้นปล่อยอากาศให้ไหลผ่านอย่างอิสระไปยังด้านหลัง ก่อนจะถูกปล่อยออกไปผ่านทางไฟท้าย ไฟเลี้ยวรูปทรงคล้ายปีกขนาดเล็กที่ติดอยู่บนหลังคาก็มีส่วนช่วยส่งอากาศให้ไหลผ่านไปยังด้านท้ายอย่างราบรื่น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/4/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-05.jpg" alt="" width="355" height="200" /></a><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/18/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-19.jpg" alt="" width="355" height="199" /></a></p>
<p>เครื่องยนต์แบบมีกรองไอเสีย ( particulate filter ) ขนาด 1.5 ลิตร dCi 105 แรงม้า (hp) (77kW) ปล่อยไอเสีย 139 กรัมต่อกิโลเมตร บริโภคน้ำมัน 5.3 ลิตร/100กิโลเมตร</p>
<h2>ภายใน</h2>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/2/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-03.jpg" alt="" width="355" height="213" /></a></p>
<p>โทนคู่สี chocolate and blue ในงานออกแบบภายในนั้นสื่อเล็กๆถึงความอยู่ดีกินดีและเจ้าสำราญ หลังคากระจกช่วยให้แสงสว่างกับห้องโดยสาร ในขณะที่เบาะนั่งรูปทรงอิสระนั้นให้การรองรับและความสบาย ที่นั่งคนขับนั้นมีลักษณะเป็น cockpit ชิ้นเดียว มีแนวเส้นวิ่งรอบตั้งแต่ข้างเบาะไปจนถึงคอนโซลกลาง สร้างอารมณ์สปอร์ตให้กับห้องโดยสาร เส้นที่ไหลลื่นของ dashboard นั้นก็ใช้องค์ประกอบที่เรียบง่ายสร้าง interface ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ถุงลมนิรภัยถูกติดตั้งอยู่ในมุมล่างของพวงมาลัย ทำให้สามารถสร้างพื้นที่ว่างตรงกลางพวงมาลัยได้ วางมาตรวัดได้อิสระขึ้น มองเห็นง่ายขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/28/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-29.jpg" alt="" width="355" height="200" /></a></p>
<p>พื้นที่สำหรับขาผู้โดยสารด้านหน้านั้นกว้างถึง 280 mm ช่องเก็บของในคอนโซลรูปทรงคลื่นนั้นมีขนาด 20 ลิตร ในขณะที่ช่องเก็บของที่แผงข้างประตูนั้นมีพื้นที่อีกข้างละ 8 ลิตร และอีกช่องที่ใต้เบาะนั่งด้านหลังฝั่งขวาซึ่งแค่กดก็เลื่อนออกมาได้ ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายนั้นมีพื้นที่ 470 ลบ.เมตร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2009/03/04-dacia-duster-concept/1/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2009/03/04-dacia-duster-concept/Dacia-Duster-Concept-02.jpg" alt="" width="355" height="213" /></a></p>
<p>การจัดวางปกตินั้นสามารถจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ภายในเวลาสั้นๆ ด้วยการเลื่อนเบาะนั่งโดยสารด้านหน้าเข้าไปใต้เบาะคนขับ เพิ่มปริมาตรบรรทุกได้อีกถึง 2 ลบ.เมตร ต้องขอบคุณพื้นที่คอนโลและพื้นด้านหน้าที่เว้าหลบรอไว้ก่อนด้วย พื้นที่ที่ได้เพิ่มมานี้สามารถบรรทุกจักรยานเสือภูเขาแบบ trial-bike ได้ทั้งคัน</p>
<h2>Dacia Duster Concept &#8211; Technical Specifications</h2>
<p>Dimensions</p>
<p>* ความยาว (mm) 4,250<br />
* ความกว้าง (mm) 1,640<br />
* ความสูง (mm) 1,495<br />
* ความกว้างทั้งหมด, แบบประตูเปิด (mm) 4,285<br />
* ฐานล้อ (mm) 2,804<br />
* แทร็คหน้า (mm) 1,637<br />
* แทร็คหลัง (mm) 1,640<br />
* น้ำหนักรถเปล่า (kg) 1,300<br />
* ห้องสัมภาระ (ลบ.เมตร VDA) 470</p>
<p>Technical Features</p>
<p>* เครื่องยนต์ dCi 1.5<br />
* กำลังสูงสุด hp (kW) 105 (77)<br />
* แรงบิดสูงสุด (Nm) 240 at 2,000rpm<br />
* 0 &#8211; 100 กม./ชม. (s) 9.6<br />
* การปล่อยไอเสีย รวมทั้ง cycle แล้ว 139g/km, เทียบเท่ากับ 5.3 litres/100km<br />
* ระบบส่งกำลังแมนวล 6 สปีด<br />
* ล้อและยาง 21-นิ้ว / 245/35 ZR21</p>
<p style="text-align: center;"><p><a href="http://www.thaicardesign.com/2009/03/dacia-duster-concept/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p><a href="http://picasaweb.google.com/ThaiCarDesign/DaciaDusterConcept?feat=directlink">gallery</a></p>
<p style="text-align: center;"><object width="600" height="400" data="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" type="application/x-shockwave-flash"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.com&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FThaiCarDesign%2Falbumid%2F5315232281427689697%3Fkind%3Dphoto%26alt%3Drss" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" /></object></p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=808&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2009/03/dacia-duster-concept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ford Ranger Max Concept</title>
		<link>http://www.thaicardesign.com/2008/12/ford-ranger-max-concept/</link>
		<comments>http://www.thaicardesign.com/2008/12/ford-ranger-max-concept/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2008 09:01:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถ]]></category>
		<category><![CDATA[รถต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[design story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicardesign.com/?p=1722</guid>
		<description><![CDATA[ที่งาน Thailand International Motor Expo (28 พฤศจิกายน &#8211; 10 ธันวาคม) ปีนี้ Ford ได้เปิดตัว Ford Ranger Max Concept รถกระบะตัวโชว์ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นคว้าหาแนวทางการออกแบบสำหรับรถกระบะขนาดเล็กและเพื่อแสดงงาน concept ที่ดูบึกบึนและแน่นหนาที่ได้แรงบันดาลใจจากอุปกรณ์-เครื่องมือช่างสมัยใหม่ (power tools) พื้นฐานของรถโชว์คันนี้ยังคงอิงอยู่กับพื้นฐานของรถกระบะจากFord Ranger โดยไม่มีการดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น จุดเด่นต่างๆที่มองเห็นได้ก็มีฝากระโปรงหน้าที่โป่งขึ้นมาเป็นพิเศษและรูระบายอากาศใหม่ ฝาปิดท้ายกระบะแบบควบคุมด้วยรีโมตและสปอร์ตบาร์ที่ช่่วยเพิ่มความยาวหลอกตาให้กับห้องโดยสารแบบ Open cabล้ออัลลอยขนาดพิเศษ 18 นิ้วทำหน้าที่ร่วมกับยางลายพิเศษยังสร้างภาพลักษณ์ที่ยิ่ง &#8216;สุด&#8217; มากขึ้นให้กับรถทั้งคัน Press Release: การออกแบบ Paul Gibson, หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้ดูแลโครงการ Ranger Max กล่าวว่า &#8220;เรารู้ว่า Ranger นั้นทนทานและหนักแน่น และ Ranger Max จะยิ่งส่งเสริมภาพนี้ รถกระบะตัวโชว์คันนี้ไม่ได้ตามกระแส มันสร้างทิศทางใหม่ของสไตล์ที่แสดงความแข็งแกร่งในรถกระบะขนาดเล็ก&#8221; &#8220;Ranger Max นั้นแข็งแกร่งของจริง มันเป็นรถกระบะเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.thaicardesign.com/2009/08/ford-ranger-max-concept/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/_Ford-Ranger-Max-Concept-1-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>ที่งาน Thailand International Motor Expo (28 พฤศจิกายน &#8211; 10 ธันวาคม) ปีนี้ Ford ได้เปิดตัว Ford Ranger Max Concept รถกระบะตัวโชว์ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นคว้าหาแนวทางการออกแบบสำหรับรถกระบะขนาดเล็กและเพื่อแสดงงาน concept ที่ดูบึกบึนและแน่นหนาที่ได้แรงบันดาลใจจากอุปกรณ์-เครื่องมือช่างสมัยใหม่ (power tools)</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1722"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/5/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-6-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></p>
<p>พื้นฐานของรถโชว์คันนี้ยังคงอิงอยู่กับพื้นฐานของรถกระบะจากFord Ranger โดยไม่มีการดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น จุดเด่นต่างๆที่มองเห็นได้ก็มีฝากระโปรงหน้าที่โป่งขึ้นมาเป็นพิเศษและรูระบายอากาศใหม่ ฝาปิดท้ายกระบะแบบควบคุมด้วยรีโมตและสปอร์ตบาร์ที่ช่่วยเพิ่มความยาวหลอกตาให้กับห้องโดยสารแบบ Open cabล้ออัลลอยขนาดพิเศษ 18 นิ้วทำหน้าที่ร่วมกับยางลายพิเศษยังสร้างภาพลักษณ์ที่ยิ่ง &#8216;สุด&#8217; มากขึ้นให้กับรถทั้งคัน</p>
<h3>Press Release:</h3>
<h2 style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/1/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-2-lg.jpg" alt="" width="575" height="431" /></a></h2>
<h2>การออกแบบ</h2>
<p><strong>Paul Gibson</strong>, หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้ดูแลโครงการ Ranger Max กล่าวว่า <em>&#8220;เรารู้ว่า Ranger นั้นทนทานและหนักแน่น และ Ranger Max จะยิ่งส่งเสริมภาพนี้ รถกระบะตัวโชว์คันนี้ไม่ได้ตามกระแส มันสร้างทิศทางใหม่ของสไตล์ที่แสดงความแข็งแกร่งในรถกระบะขนาดเล็ก&#8221;</em></p>
<p><em> &#8220;Ranger Max นั้นแข็งแกร่งของจริง มันเป็นรถกระบะเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง รถโชว์ที่น่าตื่นตานี้ยังมีภาพที่หนักแน่นซึ่งจะดูดีมากเมื่อคู่กับฉากเมือง&#8221;</em></p>
<p>ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกระบะของ Ford ในเมืองไทยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมออกแบบของ Ford Asia Pacific and Africa ที่ต้องอยูที่ Australia นำโดย Gibson เพื่อสร้าง Ranger Max ทีมออกแบบของ Ford ใส่สไตล์ออกแบบของ Ford เข้าไปใน Ranger Max ซึ่งเราอาจจะได้เห็นงานออกแบบแบบนี้ในรุ่นต่อไปของ Ranger</p>
<p><em>&#8220;Ranger Max นั้นไม่ใช่แค่ถูกทำออกมาสร้างความตื่นตาให้กับโชว์&#8221;</em> Gibson กล่าว <em>&#8220;เรามีโอกาสอันดีที่จะได้ ทดสอบ theme ของการออกแบบที่อาจจะนำตัวเองไปสู่งานผลิตจริงได้  Ranger Max นั้นพูดถึงสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้สำหรับแฟนๆรถกระบะ Rangerในอนาคต&#8221;</em></p>
<h3 style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/6/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-7-lg.jpg" alt="" width="575" height="324" /></a></h3>
<h3>สไตล์หยาบดิบ</h3>
<p>Gibson และทีมนักออกแบบมุ่งมั่นค้นหาความ &#8216;สุด&#8217; ของสไตล์ที่ดิบและบึกบึนสมบุกสมบัน</p>
<blockquote><p><em>&#8220;Ranger Max ไม่ได้หรูหราหรือสวยงาม ธรรมชาติที่หยาบของมันทำให้มันเป็นม้างานที่เชื่อมือได้ เราอยากสร้าง Ranger Max ให้เป็นรถกระบะตัวโชว์ที่เจ๋งโคตรๆ ไปเลย (ต้นฉบับใช้ cool as hell ผมไม่แปลสุภาพละกันนะครับ)&#8221;</em></p></blockquote>
<p>แรงบันดาลใจในการออกแบบรูปลักษณ์ และการใช้โทนสีส้มตัดกับดำด้านนี้มาจากอุปกรณ์ช่างสมัยใหม่ (power tools) ที่เจ้าของรถกระบะซักคันคุ้นเคยและใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว</p>
<p>นักออกแบบของ Ford เข้าใจว่าการใช้งานจริง และความทนทานส่งผลต่อการออกแบบอุปกรณ์อุตสาหกรรมเหล่านีัอย่างไร และดึงองค์ประกอบต่างๆ มาใช้ใน Ranger Max เช่นซุ้มล้อที่เป็นรูปเฟืองนั้นก็ขับดันแนวทางออกแบบแบบดิบๆ รวมเข้ากับแนวทางของ power tools ขั้นสุดยอดได้ดี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/3/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-4-lg.jpg" alt="" width="575" height="432" /></a></p>
<p>เพื่อผลักดันแนวทางการออกแบบแบบ power tools นี้ให้ไปไกลกว่าเดิม ทีมออกแบบสังเกตเห็นว่าอุปกรณ์เหล่านี้มักจะมีคำเตือนติดตามที่ต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ลูกเล่นแบบเดียวกันนี้ได้ถูกนำมาใช้ใน Ranger Max เช่นตัวอักษร GRAB ตรงบาร์หลังของรถ</p>
<p>ตัวอักษรทั้งหมดใช้ text แบบปลายตัดเพื่อแสดงถึงความดิบของการใช้งาน เป็นภาษาของการออกแบบรถกระบะ</p>
<p>นอกจาก power tools หลายยี่ห้อแล้ว กีฬาอย่างการปีนเขาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอื่นๆ ก็ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้นักออกแบบเช่นกัน</p>
<p>สีส้มของ Ranger Max ชื่อสีว่า <em>Mango Hit</em> สร้างขึ้นใหม่โดย <strong>Debbie Pascoe</strong> ผู้จัดการฝ่าย colour and  trim ของทีมออกแบบ Ranger Max</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/4/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-5-lg.jpg" alt="" width="575" height="432" /></a></p>
<p><strong>sportsbar</strong> บนกระบะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ที่เคลื่อนไหวให้รถ <strong>Max Tran </strong>นักออกแบบผู้รับผิดชอบโครงการบอกว่า</p>
<blockquote><p><em>&#8220;Sportsbar คือการสื่อสารที่สำคัญ มันสร้างความรู้สึกว่ารถเคลื่อนไหวและมีรายละเอียดที่สำคัญ อย่างเช่นช่องดักอากาศเหนือห้องโดยสาร อยู่ในนั้น&#8221;</em></p></blockquote>
<p>มือจับด้านข้างของ Sportbar นั้นช่วยเพิ่มเส้นต่อเนื่องจากแนวกระจกธรรมดาและขับเน้นพื้นที่ด้านหลังของ Ranger Open Cab มีตัวหนังสือ GRAB อยู่ที่มือจับตามที่ได้บอกไปก่อนหน้า ที่ประตูใช้ลูกเล่นเดียวกันด้วยตัวอักษร AXCES แม้แต่ที่ถังน้ำมันยังเขียนว่า FUEL เพราะต้องการนำสไตล์ของอุปกรณ์ที่มีคำเตือนอย่างเช่นเครื่องบินหรือ power tools มาใช้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.carbodydesign.com/gallery/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/2/"><img class="aligncenter" src="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/Ford-Ranger-Max-Concept-3-lg.jpg" alt="" width="575" height="432" /></a></p>
<p>รายละเอียดที่สำคัญอื่นๆ</p>
<ul>
<li>ช่องอากาศด้านข้างของรถใช้ลายตะแกรงหกเหลี่ยม</li>
<li>สเกิร์ตข้างที่ทำหน้าที่เป็นบันไดข้างในตัว ได้แรงบันดาลใจจากอุปกรณ์กีฬาปีนเขาและอื่นๆ ที่คุณต้องเชื่อใจและฝากชีวิตไว้กับมัน</li>
<li>ล้อขนาด 18 นิ้วแบบออฟเซตลึกเซาะร่องกลางก้าน วิ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง กับยาง P285/60R18 ร่องตื้น</li>
<li>โป่งล้อเด่นด้วยขอบรูปคล้ายเฟือง ลวดลายด้านข้างรถได้แรงบันดาลใจจากภาพของแก้วที่แตกกระจาย</li>
<li>กระจังหน้า 3 แถบเอกลักษณ์ของ Ford และตัวหนังสือ Ranger ฝังบนกระจัง ไฟหน้ามี dynamic ของเส้นและเป็นขอบมุมแสดงพลังจากการเคลื่อนไหว</li>
<li>ฝากระโปรงแบบ <strong>power-dome </strong>กับช่องระบายอากาศด้านข้าง</li>
</ul>
<blockquote><p>Gibson กล่าวว่า<em> &#8220;เมื่อคุณมองไปที่การออกแบบด้านหน้า กระจังแบบสามแถบ ช่องจมูกขนาดใหญ่และปากที่เปิดกว้างจะทำให้คุณเห็นพัฒนาการของ Ranger ใหม่  นี่เป็นหนึ่งในทางเลือกของแนวทางงานออกแบบแนวใหม่ของเรา เราค้นหามันผ่านรถต้นแบบและมันมีโอกาสที่จะเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ Ford Ranger&#8221;</em></p></blockquote>
<p style="text-align: left;">(ที่มา: Ford ผ่าน <a href="http://www.carbodydesign.com/archive/2008/12/02-ford-ranger-max-concept/">CarBodyDesign</a>)</p>
<img src="http://www.thaicardesign.com/?ak_action=api_record_view&id=1722&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicardesign.com/2008/12/ford-ranger-max-concept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

