car design glossary: Sketch

งานสเกตช์นั้นใช้ปากกาลูกลื่น (Biro) หรือดินสอ (Prismacolor) เป็นส่วนใหญ่

Sketch (ดู concept sketch, rendering, package drawing, tape drawing, underlay ประกอบ) การวาดยังคงได้รับการเคารพในฐานะภาษาของนักออกแบบ และเป็นสิ่งแสดงออกที่ทำให้มองเห็นได้ถึงแนวความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ (ที่ยังไม่ใช่งานขั้นสุดท้าย) สเกตช์ถูกใช้เพื่อการพัฒนาและสร้างภาพให้เห็นได้เข้าใจ โดยงานสเกตช์ขั้นพื้นฐานนั้นรวดเร็วและใช้เพื่อค้นหาไอเดีย งานที่ออกมาจะไม่ชัดเจน แต่อาจจะชวนให้นึกถึงอะไรบางอย่างได้เท่านั้นมากกว่า นักออกแบบจะใช้งานส่วนนี้เพื่อจับอารมณ์และวิญญานของงาน ส่วนเส้นที่มีคุณภาพกว่า มีรายละเอียดและชัดเจนเป็นรูปร่างนั้นจะค่อยๆ ปรากฎขึ้นในขณะที่งานออกแบบได้รับการพัฒนา (ด้วย development sketch หรือสเกตช์เพื่อการพัฒนา) จนไปสู่ผลงาน rendering ขั้นสุดท้าย โดยความหมายแล้วสเกตช์คือผลงานที่ยังไม่เสร็จ แต่นักออกแบบส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะใช้งานสเกตช์ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าและอารมณ์ที่ชวนให้สติล่องลอยตามได้ง่ายกว่า (ผมไม่ได้พูดถึงยาเสพติดนะครับ – -)

Continue reading car design glossary: Sketch

Car design glossary: Tape drawing

Tape Drawing

หมายถึงเส้น ‘drawing’ ของแบบด้านข้างหรือด้านหน้า-หลังของรถ อาจเป็นขนาดจริงหรือย่อก็ได้ ในแผ่นฟิล์มพลาสติกโปร่งแสงที่ติดบนพื้นผิวที่ตั้งตรง โดยมีเส้น grid ขนาด 10 ซม. (รู้จักกันในชื่อ ‘ten lines’ ผมแปลให้ตรงๆ ว่า ‘เส้นสิบ’ ก็แล้วกันครับ) และข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวาง (package) ต่างๆ ของรถอยู่ เส้นต่างๆ เหล่านี้เกิดจากม้วนเทปสีดำที่ใช้ในการถ่ายภาพหรืออาจเป็นเทปเพื่องานอุตสาหกรรมเฉพาะทางจากญี่ปุ่นก็ได้

Continue reading Car design glossary: Tape drawing

car design glossary: Swage line

swage line โครเมียม บนรถ Le Sabre concept ของ Harley Earl ปี 1951

Swage line

Swaging เป็นชื่อเทคนิคขึ้นรูปเย็นของโลหะ โดยโลหะจะถูกขึ้นรูปกับร่องของเครื่องมือที่เรียกว่า swage ในช่วงแรกๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอบของแผงตัวถังหนึ่งๆ จะถูกขึ้นรูปด้วยการ Swaging เพื่อให้สามารถทับกับแผงตัวถังต่อไปและสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องกันขึ้นมา ได้ ส่วนใหญ่ swage line จะวิ่งยาวตลอดเส้น beltline / waistline

ในตอนที่เทคนิคการผลิตสามารถสร้างแผงประตูแบบชิ้นเดียวขึ้นได้ swage line ก็เป็นที่นิยมไปแล้ว การทำสีรถแบบทูโทนและการตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยขอบโครเมียมที่ใช้ปิดบังเส้น swage line ที่วิ่งตาม waistline (เรียกว่า ‘waist molding’) ได้ค่อยๆ กลายมาเป็น feature line ของรถไปโดยปริยาย

ทุกวันนี้คำศัพท์นี้ถูกใช้โดยมีเทคนิคเชิงวิศวกรรมอยู่เบื้องหลัง โดยใช้เรียกพื้นผิวที่หยักและวิ่งต่อเนื่องกันเหมือนกับเส้น crease และ feature line

car design glossary: Shutline

Shutline

shut line หรือ ‘cut line’ คือระยะห่างที่ต้องเว้นไว้ระหว่างแผงตัวถัง 2 ชิ้นที่อยู่ติดกันหรือรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน ซึ่งในบางจุดก็อาจจะเปิดได้ด้วย เส้น shutline มีทั้ง shut ของฝากระโปรง (hood shuts) และ shut ของประตู (door shuts) ความแน่นหนาของแนวเส้นจะบ่งบอกถึงคุณภาพงานประกอบและผลิตได้อย่างดี ความต่อเนื่องของพื้นผิว เส้น feature line และการจัดเรียงของแผงตัวถังก็มีจุดเริ่มจาก shutline นี้

นักออกแบบรถนั้นใช้ทุกโอกาสที่มีเพื่อสร้าง shutline ให้ส่งเสริมงานออกแบบรูปทรงและสะท้อนบุคลิกของของรถ ซึ่งสอดคล้องกับ surface language ของงานออกแบบนั่นเอง

Volkswagen Golf Mk.V 5 ประตูนั้นมีเส้น shutline ที่ต่อเนื่องสวยงามที่สุด ในขณะที่ของ BMW 7-series ตัวก่อนหน้านี้นั้น ‘คดเคี้ยว’ ที่สุด

car design glossary: Shoulder, Shoulderline

แนวไหล่ที่ทั้งกว้างแต่โค้งมนอย่างนุ่ม นวลของ Volvo นั้นเป็นเอกลักษณ์ของค่ายไปแล้ว

Shoulder, Shoulderline

เส้น shoulderline หรือ ‘เส้นบ่า’ ของรถนั้นโดยปกติวิ่งอยู่บริเวณด้านบนของตัวถัง ที่ซึ่งพื้นผิวที่ตั้งตรงขึ้นมาจากข้างตัวรถจะพับเข้าไปหาแนวกระจก และแนวสันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิกของรถได้ชัดเจน

พื้นที่ระหว่างเส้น shoulderline และเส้น beltline ใต้กระจกข้างของรถรวมๆ เรียกว่า shoulder น่าตลกตรงที่ ‘ไหล่’ ที่เรากำลังพูดถึงนี้อยู่ใต้เส้น beltline (เข็มขัด) haunch หรือสะโพกของรถเองก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เพียงแต่เลยไปด้านหลัง ระวังการใช้งานสับสนครับ

เส้นแนวไหล่อันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ Volvo นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำบุคลิกของ Volvo ไปแล้ว โดยแนวไหล่ของรถจะแสดงถึงความแข็งแกร่งและปลอดภัย ซึ่งเป็นภาพและภาษาของ Volvo มาช้านาน

ดู Beltline เพิ่มเติม

car design glossary: Screen angle

63075_2_preview

Screen angle

นี่คือองศาที่กระจกหน้ารถทำมุมเอียงกลับไปด้านหลังวัดจากเส้นแนวตั้งกึ่ง กลาง (กลางระหว่างซ้ายขวา) ของตัวรถ เส้นที่มีองศาที่ดู ‘ดูรวดเร็ว’ และเอนกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงกว่าสื่อได้ถึงรถประเภทที่สปอร์ตกว่า

ขีดจำกัดขององศาเอียงนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลทางฟิสิกส์มากกว่าเหตุผลด้าน กฎหมาย มุมที่เพิ่มมากเกินไปจะทำให้การหักเหของแสงภายในไปถึงจุดที่ทำให้กระจกใส กลายเป็นทึบจากการหักเหได้ (ที่องศาประมาณ 67 องศา) รถ Lamborghini Countach เป็นตัวอย่างรถที่องศาเอียงกระจกเกือบจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว

พื้นที่กระจกเป็นส่วนสำคัญในประติมากรรมรูปทรงของรถทั้งคัน และแม้ว่ากระจกหน้านั้นจะดูแบนราบในสายตาของผู้ขับ แต่เราอาจจะได้เห็นความโค้งแกนทืี่สองเกิดขึ้นเล็กๆในส่วนของขอบกระจกด้าน ข้างเพื่อให้สามารถเชื่อมองศาไปสู่องศาของ Tumblehome (องศาเอียงเข้าของกระจกด้านข้าง) ที่กระจกด้านข้างตัวรถได้

สัมภาษณ์ Simon Saunders, CEO และผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ Ariel Motor Company

โลกของนักออกแบบยานยนต์นั้นค่อนข้างใบเล็ก ในขณะที่เรามีนักออกแบบกราฟิกกว่าล้านคนทั่วโลก เรากลับมีนักออกแบบยานพาหนะแค่ราว 25,000 คนเท่านั้น ในจำนวนนี้ น้อยคน ที่จะได้เป็นผู้จัดการหรือผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ และจากในนั้น หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้มาเป็นผู้บริหารกิจการในฐานะผู้ผลิตรถบริษัทหนึ่ง…

ผมแปลบทสัมภาษณ์ของ CarDesignNews ที่สัมภาษณ์ Simon Saunders ไว้เมื่อปี 2007 มาให้ฟังกันครับ

Continue reading สัมภาษณ์ Simon Saunders, CEO และผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ Ariel Motor Company